จาริกแสวงบุญตามรอยพระพุทธเจ้า ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล(เมืองลุมพินี) นมัสการสังเวชนียสถานทั้ง
4 ประสูติ-ตรัสรู้-ปฐมเทศนา-ปรินิพพาน ดั่งพุทธวาจาพระพุทธเจ้าที่ตรัสกับพระอานนท์ว่า
ดูก่อนพระอานนท์ ชนเหล่าใดเที่ยวจาริกไปยังเจดีย์ 4 สถานที่เหล่านั้นแล้ว
มีจิตเลื่อมใส ชนเหล่านั้นทั้งหมดเบื้องหน้าแต่ตาย เพราะกายแตก จักไปถึงสุคติโลกสวรรค์
โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ชำนาญการในดินแดนพุทธภูมิเป็นผู้บรรยายพุทธประวัติ
นำสวดมนต์ ปฏิบัติสมาธิภาวนา เพื่อบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ตลอดการเดินทาง
 |
 |
 |
 |
 |
 |
| ลุมพินี |
พุทธคยา |
สารนาถ |
กุสินารา |
พาราณสี |
อัคระ |
ลุมพินี ประเทศเนปาล สวนลุมพินี ที่งดงามตามธรรมชาติ สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า
พุทธคยา สถานที่แห่งการตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ นมัสการ พระแท่นวัชรอาสน์
สักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์
สารนาถ ป่าอิสิปัตนมฤคทายวัน หรือสารนาถ สถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนากับปัญจวคีย์
สักการะธัมเมกสถูป จุดที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนา เจาคันธีสถูป
จุดที่พระองค์ทรงพบปัญจวัคคีย์
พาราณสี
ล่องแม่น้ำคงคา แม่น้ำแห่งการชำระบาป
กุสินารา
สาลวโนทยาน สถานที่เสด็จดับขันปรินิพพาน สักการะพระพุทธปรินิพพาน
มกุฎพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิง
กัลกัตตา
อดีตเมืองหลวงของประเทศอินเดีย ชม วัดเชน วิคทอเรียเมโมเรียล
อัคระ
ทัชมาฮาล สิ่งมหัศจรรย์ของโลก อนุสรณ์สถานแห่งความรักและปราสาทแห่งความงาม
และชมความสวยงามวิจิตรของ พระราชวังอัคราฟอร์ท
เดลลี
มหานครของคนพันล้าน เมืองหลวงที่มีการวางผังเมืองอย่างดี ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองราคาถูก
กำหนดการเดินทาง
วันแรก กรุงเทพฯ กัลกัตตา
20.30 น. พร้อมกัน ณ สนามบินดอนเมือง
อาคารระหว่างประเทศ 1 เคาน์เตอร์ 1
สายการบินไทยเจ้าหน้าที่จากธรรมจารี อำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระ และบัตรที่นั่งบนเครื่องบิน
22.05
น. ออกเดินทางสู่กัลกัตตา โดยสายการบินการบินไทย
เที่ยวบินที่ TG 313 ใช้เวลาเดินทางประมาณ
2.30 ชม.(เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย
1.30 ชั่วโมง )
23.10 น. ถึง กัลกัตตา หลัง
ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำคณะเข้าสู่ตัวเมืองกัลกัตตา
จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ณ โรงแรม HYATT KALCUTTA หรือเทียบเท่า
วันที่สอง กัลกัตตา ปัตนะ - ราชคฤห์
07.00 น. อาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
จากนั้น ชมเมืองกัลกัตตา
ชมชีวิตความเป็นอยู่ของคนพื้นเมืองอินเดียซึ่งในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศก่อนที่จะย้ายไปที่กรุงนิวเดลลีและเป็นเมืองแรกในแถบเอเชียตะวันออกที่มีรถไฟฟ้าใต้ดิน
ชม วัดเชน และถ่ายรูปหน้า วิคทอเรียเมมโมเรียล ที่มียอดโดมใหญ่ สูงถึง
62 เมตร และบนยอดบนสุดมีรูปนางฟ้ากางปีก แสดงท่าบิน เวลาลมพัดหมุนรอบตัวเองได้
ก่อสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลังสร้างขึ้นเมื่อปี 2449 (ปีเดียวกับที่มีการก่อสร้างพระที่นั่ง
อนันตสมาคม)
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
ณ ห้องอาหาร แล้วเดินทางสู่สนามบินภายในประเทศ
14.25
ออกเดินทาง สู่เมืองปัตนะ โดย สายการบินซาฮาร่า เที่ยวบินที่ S2 116
15.20 น. เดินทางถึงสนามบิน
เมืองปัตนะ หรือ ปาฏลีบุตร ในครั้งอดีต
จากนั้น รถบัสปรับอากาศรอรับคณะเดินทางสู่เมืองราชคฤห์
เมืองราชคฤห์ ในอดีตเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ พระเจ้าพิมพิสารครองเมือง
ตั้งอยู่บนหุบเขา ทุกทิศมีภูเขา 5 ลูกล้อมรอบ
คือ เวปุลละ, เวการะ, ปัณฑวะ,
อิสิคิริ และคิชกูฏ
18.30 น. เข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรมฮอกเกี้ย
(HOKKE)เมืองราชคฤห์ หรือเทียบเท่า รับประทานอาหารค่ำ
ณ ห้องอาหารของโรงแรม
วันที่สาม ราชคฤห์ พุทธคยา
06.00 น. บริการอาหารเช้า ณ
โรงแรมที่พัก
07.00 น. ขึ้น เขาคิชกูฎ เพื่อนมัสการและทำสมาธิภาวนา
ณ กุฏิพระพุทธองค์ กุฎิพระอานนท์ ถ้ำสุกรขาตา ที่พระสารีบุตรบรรลุพระอรหันต์
และที่พระเทวทัตกลิ้งก้อนหินใส่พระพุทธองค์ ชมทิวทัศน์ของเมืองราชคฤห์จากพื้นสูง
( การขึ้นเขาคิชกูฏ ซึ่งเป็นการเดินขึ้นที่สูง ลาดชันพอประมาณ
ระยะทางโดยรวมประมาณ 750 เมตร ทุกท่านจะต้องเดินขึ้น
รถยนต์ไม่สามารถขี้นไปถึงได้ ผู้ที่แข็งแรงสามารถเดินขึ้นได้ ใช้เวลาประมาณ
15-20 นาทีก็ถึง สำหรับท่านที่คิดว่าเดินไม่ไหว
ก็สามารถขึ้นได้โดยวิธีการนั่งเสลี่ยง คนหามขึ้น-ลงได้
แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อน เพื่อติดต่อแขกให้เตรียมคานหามไปรอที่เชิงเขา
) ชม วัดอัมพวัน ของหมอชีวกโกมารภัจจ์ เป็นซากอารามที่หมอชีวกโกมารภัจ
ยกสวนมะม่วงถวาย ในคราวที่พระเทวทัตประทุษร้ายพระองค์ โดยกลิ้งหินลงใส่พระพุทธองค์
ทำให้สะเก็ดหินกระเด็นถูกพระบาทของพระองค์จนห้อพระโลหิต หมอชีวกโกมารภัจถวายการรักษาพยาบาล
ณ อารามแห่งนี้
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
ณ โรงแรม HOOKE ฮอกเกี้ย เมืองราชคฤห์ นำคณะชม
ตะโปธารน้ำร้อน, โอลนาลันทา ซากมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาที่รุ่งเรืองโด่งดังที่สุดในโลก
มีนักศึกษาที่เป็นพระภิกษุจำนวนหมื่น ถูกทำลายโดยชาวมุสลิม ฆ่าคณาจารย์และพระนักศึกษาจนหมดสิ้น
แถมยังเผาอาคารทั้งหมด เหลือไว้แต่ซากปรักหักพังปรากฏเป็นรูปฐานและผนังของอาคารยาวเหยียด
ในบริเวณอันกว้างขวาง และยังเป็นบ้านเกิดของ พระโมคคัลลาน์ พระสารีบุตร
ที่นี่ยังมีพระสถูปเจดีย์ที่บรรจุอัฐิธาตุของพระสารีบุตร ปรากฏอยู่
ชม วัดเวฬุวัน ทำสมาธิภาวนาที่วัดเวฬุวัน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของวัด คือ วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา
พระเจ้าพิมพิสาร ทรงยกพระราชอุทยานสวนไม้ไผ่ ถวายเป็นที่ประทับแห่งแรกแด่พระพุทธเจ้า
และเหล่าพระสงฆ์สาวก เป็นที่ชุมนุมพระสาวกอรหันต์ 1,250 รูป
ในวันเพ็ญแห่งเดือนมาฆะ ที่เรียกการประชุมนี้ว่า จาตุรงคสันนิบาต
มูลเหตุแห่งพิธีมาฆบูชา ในปัจจุบันยังปรากฎเป็นอุทยานประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของอินเดีย
15.00 น. เดินทางสู่ พุทธคยา
ระยะทาง 90 ก.ม.(เดินทาง 3 ช.ม.) เป็นอำเภอหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับจังหวัด คยา เดิมชื่อ อุรุเวลาเสนานิคม
18.00
น. รับประทานอาหารค่ำ และพักค้างคืน
ณ โรงแรมโลตัสนิคโก้ พุทธคยา / โตเกียว พุทธคยา
( พัก 2 คืน)
หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ พุทธคยา
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า
ณ โรงแรมที่พัก
จากนั้น สวดมนต์ไหว้พระ
ณ พระเจดีย์พุทธคยา ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์สถานที่ตรัสรู้ และ นมัสการ
พระแท่นวัชรอาสน์ อนิมสเจดีย์ รัตนจงกรม สระมุจลินทร์ นั่งทำสมาธิภาวนาใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์
12.00
น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ในโรงแรม
บ่าย ชม แม่น้ำเนรัญชรา สถานที่พระพุทธองค์ลอยถาด บ้านนางสุชาดาผู้ถวายข้าวมธุปายาส
และชมวัดนานาชาติ
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ
จากนั้นนำทำบุญทอดผ้าป่าถวาย ณ วัดไทยพุทธคยา แล้วกลับเข้าสู่โรงแรมที่พัก
วันที่ห้า พุทธคยา พาราณสี
04.00 น. รับประทานอาหารเช้า
ณ โรงแรมที่พัก
05.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองพาราณสี
(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8-12 ชั่วโมง แล้วแต่สภาพการจราจร) เป็นเมืองเก่าแก่กว่า
5,000 ปี ไม่เคยร้าง ในชาดกของเราระบุถึงเมืองนี้มากมาย
ผู้ครองเมืองก็มักจะชื่อ พระเจ้าพรหมทัต คุ้นหูของชาวพุทธมาก สมัยพุทธกาล
เมืองนี้เกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์ ตอนตรัสรู้แล้วใหม่ๆ ได้เสด็จจากอุรุเวลาเสนานิคม
มายังป่าอิสิปัตนมฤคทายวัน ปัจจุบันเรียก สารนาถ เพี่อพบกับ ปัญจวัคคีย์
ที่เมืองนี้
11.00 น. รับประทานอาหารกลางวันแบบปิคนิค
แล้วเดินทางต่อถึงเมืองพาราณสี
จากนั้น นมัสการ
เจาคันธีสถูป สถานที่พระพุทธองค์พบปัญจวัคคีย์ครั้งแรก หลังจากปัญจวัคคีย์ทั้งหมดผละหนีจากพระพุทธองค์
หนีมาอยู่ที่นี่ เมื่อพระองค์ได้ตรัสรู้แล้ว ทรงนึกถึงเพื่อโปรดให้รู้ธรรมตามจึงเสด็จมาพบ
และเกิดพระรัตนตรัยขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก ปัจจุบันเป็นเนินดิน สูงประมาณ
20 เมตร นมัสการ พระคันธกุฏิเป็นกุฏิหลังแรกที่พระพุทธองค์จำพรรษาเป็นพรรษาแรก
หลังจากที่ตรัสรู้อนุตรสัมโพธิญาณ แล้วชม สังฆารามกุฎิสงฆ์กว่า 1,000
หลัง ณ สารนาถ ทำสมาธิภาวนา
18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ
ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรมเรดิสัน (Radisson
Varanasi) หรือเทียบเท่า
วันที่หก พาราณสี กุสินารา
05.00 น. ล่องเรือชมแม่น้ำคงคา
แม่น้ำอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู ชมการอาบน้ำล้างบาป บูชาพระอาทิตย์
ชมการเผาศพริมฝั่งแม่น้ำคงคาที่กว่า 3,000 ปี
ไฟไม่เคยดับ
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า
ณ โรงแรมที่พัก
จากนั้น เดินทางสู่
เมืองกุสินารา (ระยะทาง 276 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชม.) เมืองกุสินารา
เป็นชื่อเก่าสมัยพุทธกาล ปัจจุบันเรียกว่า กาเซีย
เป็นสถานที่สำคัญเกี่ยวกับพระพุทธองค์หลายกรณี เสด็จปรินิพพาน ได้ปัจฉิมสาวก
ประทานปัจฉิมโอวาท และอื่นๆ ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ แจกพระบรมสารีริกธาตุ
ก็ทำที่เมืองกุสินารานี้ทั้งสิ้น
11.00 น. รับประทานอาหารกลางวันแบบปิคนิค
ณ ภัตตาคาร จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองกุสินารา
15.30 น. ถึง กุสินารา นมัสการที่ปรินิพพาน
ณ สาลวโนทยาน เดิมเป็นอุทยานของมัลลกระษัตริย์ มีสถูปและวิหารปรินิพพาน
ประดิษฐานอยู่เป็นที่หมาย ต้นสาละซึ่งเป็นสถานที่ปรินิพพาน ก็มีปลูกเป็นสัญลักษณ์หลายต้น
ท่านจะได้เห็นต้นสาละที่แท้จริง ในที่นี้ ส่วนที่สมัยก่อนนักปราชญ์ของเราแปลต้นสาละว่า
ต้นรัง นั้น
เห็นจะไม่ใช่ เพียงแต่ใกล้เคียง อาจเป็นตระกูลเดียวกัน แต่ไม่ใช่ต้นรังตามที่เชื่อกัน
ยิ่งเป็นต้นสาละอีกชนิดหนึ่งที่ได้พันธุ์มาจากศรีลังกา ปลูกอยู่ทั่วไปชาวพุทธส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นต้นไม้เกี่ยวกับพุทธประวัตินั้น
ยิ่งไม่ใช่แน่นอน นำท่านนมัสการองค์ปรินิพพานสถูป มีลักษณะเป็นทรงบาตรคว่ำสูงใหญ่มีฉัตร
3 ชั้น ตอนบนสุดได้พังลงมาเมื่อปลายปี 2506
ปัจจุบันเห็นเพียงครึ่งท่อน ถัดมาเป็นปรินิพพานวิหารพระพุทธรูปปางไสยาสน์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานขนาดใหญ่
ทำสมาธิภาวนา จากนั้นนมัสการ มกุฎพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิง
พระสรีระของพระพุทธเจ้า ซึ่งปัจจุบันเป็นซากเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่
จากนั้น
เข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม โลตัส นิคโก้ กุสินารา รับประทานอาหารค่ำ /
ร่วมทำบุญถวายผ้าป่าวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
วันที่เจ็ด กุสินารา - ลุมพินี (เนปาล)
สาวัตถี
**(โปรดเตรียมหนังสือเดินทางไว้กับตัวเพื่อประทับตราออกจากประเทศอินเดีย
เข้าสู่ประเทศเนปาล)**
05.00 น. รับประทานอาหารเช้า
ณ ห้องอาหารของโรงแรม
05.30 น. เดินทางสู่ เนปาล
ระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ
4 ชั่วโมง)
11.00 น. ถึงชายแดน อินเดีย-เนปาล ประทับตราหนังสือเดินทางเพื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับประทานอาหารกลางวัน
ณ ภัตตาคาร
13.00 น. นมัสการสถานที่ประสูติของพระพุทธองค์
ณ สวนลุมพินีวัน ในอดีตเป็นอุทยาน ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่าง กรุงกบิลพัสตุ์
และกรุงเทวหะ พระพุทธมารดา พระนางสิริมหามายา ซึ่งประทับอยู่กรุงกบิลพัสตุ์ขณะที่ทรงพระครรภ์แก่
ได้เสด็จประพาสสวนพร้อมด้วยข้าราชบริพาร ระหว่างทางเกิดประชวรจะมีพระประสูติกาล
ราชบริพารจึงจัดที่ประสูติถวายภายใต้ต้นสาละ ประสูติพระโอรส คือ
สิทธัตถกุมาร ณ สถานที่นี้ ปัจจุบันมีเสาหินของพระเจ้าอโศกปรากฏอยู่
ก่อนหน้านี้มีต้นโพธิ์และ วิหารมายาเทวี นำสวดมนต์ สมาธิภาวนา ชมหินสลักภาพประสูติ
ชม เสาอโศก และสระโบกขรณี
15.00 น. นำท่านเดินทางจากเนปาลสู่
สาวัตถี ระยะทาง 206 กม. (ใช้เวลาเดินทางประมาณ
6-7 ชั่วโมง)
16.00 น. เดินทางถึงชายแดน
อินเดีย-เนปาล แล้วเดินทางสู่ประเทศอินเดียต่อ
ไปยังเมืองสาวัตถี
22.00 น. รับประทานอาหารค่ำ
และพักค้างคืน ณ โรงแรม LOTUS NIKKO หรือ
เทียบเท่า หมายเหตุวันนี้รับประทานอาหารดึก แต่มีอาหารว่างบริการระหว่างทางบนรถ
*
โรงแรม Lotus Nikko Sarvatti เป็นโรงแรมในสาวัตถี
ที่มีจำนวนห้องไม่มาก หากมีคณะทัวร์เข้าที่พักมาก *
* จำเป็นต้องนอนรวมกันห้องละ
4 ท่าน ภายในห้องพักเป็นห้องใหญ่ *
วันที่แปด สาวัตถี ลัคเนาว์
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า
ณ โรงแรมที่พัก
จากนั้น
ชม วัดเชตวันวิหาร ที่ซึ่งพระพุทธองค์ประทับจำพรรษา นานถึง 19 พรรษา เป็นศูนย์กลางเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุด นมัสการพระคันธกุฎี
ฤดูร้อน ฤดูหนาว นมัสการธรรมศาลาที่ใหญ่ที่สุด ธรรมสภา กุฏิพระอรหันต์เช่น
พระโมคคัลลา พระสารีบุตร พระสิวลี พระอานนท์ พระราหุล พระองคุลีมาล
พระกัสสปะ และอารามฝ่ายพระภิกษุที่เคยจำพรรษาในครั้งพุทธกาล นมัสการต้นโพธิ์
ที่มีอายุยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน ชมคฤหาสน์ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
บ้านบิดาของท่านองคุลีมาล ชม สถานที่ธรณีสูบ พระเทวทัตและนางจิญจมาณวิกา
ชมสถานที่พระพุทธองค์ แสดงยมกปาฏิหาริย์
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
ณ โรงแรม NIKKO ออกเดินทางสู่เมืองลัคเนาว์
ระยะทาง 176 กม.(ใช้เวลา
ประมาณ 4 ช.ม.)
17.00 น. ถึงเมืองลัคเนาว์
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ CLARK HOTEL รับประทานอาหารค่ำ
ณ ห้องอาหาร
วันที่เก้า ลัคเนาว์ อัคระ
05.00 น. รับประทานอาหารเช้า
ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นเดินทางสู่เมืองอัคระ ผ่านเมือง KANPUR
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทางแบบปิคนิค
ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางอย่างเพลิดเพลิน
21.00
น. เดินทางถึงเมืองนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
ณ JAY PEE PALACE HOTEL
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ
ณ โรงแรมที่พัก และพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สิบ
อัคระ เดลลี
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า
ณ โรงแรมที่พัก
08.00 น. ชม ทัชมาฮาล สุสานรักชื่อก้องโลก
เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
เป็นที่ฝังศพของพระนางมุมตัส มเหสีที่พระเจ้าซาห์จาฮาล ทรงโปรดปรานมากที่สุด
เมื่อพระนางสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงสร้างที่ฝังศพด้วย ทุนทรัพย์มากมายมหาศาล
เป็นที่สนใจใคร่ได้ชมจากชาวโลกตลอดมาจนบัดนี้ จากนั้น ชม พระราชวัง
อัคราฟอร์ด ซึ่งสวยงามวิจิตร เคยประดับด้วยเพชรนิลจินดา เป็นพระราชวังที่สวยงาม
มีบริเวณกว้างใหญ่ใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 3 สมัย
ภายในอัคราฟอร์ดมีห้องที่สวยงาม ที่สร้างด้วยหินอ่อน แกะสลักฝังอัญมณีโดยรอบ
ท่านจะได้พบ ห้องมุมแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นห้องที่สำคัญที่สุดและสวยงามที่สุด
ในราชวังแห่งนี้ และภายในห้องนี้ท่านจะได้พบกับ สถานที่ที่พระเจ้าชาร์จาฮันถูกลูกชายจับมาขังไว้จนสิ้นพระชนม์
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
ณ ห้องอาหารของโรงแรม
13.00 น นำท่านสู่ กรุงนิวเดลลี
ระยะทาง 203 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ
4 ชั่วโมง)
18.00 น. ถึงเดลลี หากมีเวลาพอนำท่านเลือกซื้อของฝาก
ณ ตลาดย่านเดลลีฮัท
19.00
น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
21.00 น. ออกเดินทางสู่ สนามบิน
อินทิรา คานที
วันที่สิบเอ็ด เดลลี กรุงเทพฯ
00.05 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ
โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 316
05.40 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ
โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ อิ่มบุญ เพิ่มบารมีกับธรรมจารี
ทัวร์
เงื่อนไขการเดินทางและอัตราค่าบริการ (สอบถามรายละเอียด)
หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทาง หากจำนวนผู้เดินทางไม่ถึง
15 ท่าน หรือ เปลี่ยนแปลงรายการส่วนหนึ่งส่วนใด
ตามความจำเป็นและความเหมาะสม อันเนื่องมาจาก เหตุสุดวิสัย อาทิเช่น
การเปลี่ยนแปลงเงินตราต่างประเทศ, การเปลี่ยนแปลงของสายการบิน,
การยืนยันที่พัก, เหตุการณ์ทางการเมือง
หรือสภาพของภูมิอากาศ เป็นต้น |