สะบายดีหลวงพระบาง
วังเวียน หลวงพระบาง เวียงจันทร์ หลวงพระบาง เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม
สัมผัสอารยธรรมมรดกโลกลุ่มแม่น้ำโขง บ้านผา เมืองกู อู่อารยธรรมล้านช้าง ราชธานีอาณาจักรล้านช้าง ประเทศลาว
เมืองมรดกโลกที่ยังมีลมหายใจ และได้รับการอนุรักษ์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในสุวรรณภูมิ จนได้รับการยอมรับจากองค์กรยูเนสโก
วันแรก กรุงเทพฯ เวียงจันทน์ หลวงพระบาง
13.00 น.
พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง
อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศอาคาร 1 ชั้น 3 ผู้โดยสารขาออก
เคาน์เตอร์ที่ 6 เช็คสัมภาระ เจ้าหน้าที่จากธรรมจารี
อำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระการเดินทาง ติดป้ายชื่อกระเป๋า
15.00
น.
ออกเดินทางโดยสายการบินลาว
เที่ยวบินที่
QV 424 สู่นครเวียงจันทน์
16.00
น.
ถึงสนามบินวัตไต
นครเวียงจันทน์ จากนั้นเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อไปยัง หลวงพระบาง
16.30
น.
ออกเดินทางโดยสายการบินลาวเที่ยวบินที่
QV
103 สู่หลวงพระบาง
17.30
น.
เดินทางถึงสนามบินหลวงพระบาง
เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในเรื่องการตรวจคนเข้าเมือง
18.30
น.
รับประทานอาหารค่ำ
ณ ร้านอาหารมีชัยผล จากนั้นเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม เดอะแกรนด์ หลวงพระบาง
วันที่สอง หลวงพระบาง บ้านซ่างไห ถ้ำติ่ง
05.00 น.
เชิญร่วมทำบุญ
ตักบาตรข้าวเหนียว สัมผัสบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความศรัทธาในพุทธศาสนาของาวหลวงพระบาง
รวมถึงขบวนพระสงฆ์-เณรจำนวนนับร้อย ๆ รูป โดยการตักบาตรนี้จะรับแต่ข้าวเหนียวสีขาวเท่านั้น
กับข้าวไม่ต้องใส่ในบาตร
จากนั้น นำท่านชม ตลาดเช้า
(Morning
Market) ชมวิถีชีวิตยามเช้าของชาวหลวงพระบาง ท่านสามารถหาซื้ออาหารพื้นเมือง
เช่น ไคแผ่น ข้าวจี่ปาแตใส่ไส้ หรือจะลองชิมอาหารเช้า เช่น คั่วหมี่
กาแฟนม ข้าวจี่ย่างจิ้มแจ่วบอง ไส้อั่ว แต่อย่าซื้อชิมจนอิ่มอร่อย
จนท่านอาจลืมอาหารเช้าที่รอท่านอยู่ที่โรงแรม
07.00
น.
บริการอาหารเช้า
ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้น ชม พระปรางค์สมาธิใหญ่ที่สุดในหลวงพระบางที่
วัดวิชุน สร้างในสมัยพระเจ้าวิชุนราช ในปี พ.ศ. 2046-2047 วัดนี้มีพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่ รูปทรงคล้ายแตงโม
ชาวลาวเรียกว่า พระธาตุหมากโม พระพุทธเจดีย์รูปแตงโม
เจดีย์นี้เคยทรุดโทรมมากเพราะเคยถูกพวกจีนฮ่อเข้ามาปล้นในปี
พ.ศ. 2438 ต่อมาพระเจ้าสักกะลิน ได้โปรดให้มีการบูรณะใหม่
และมีการบูรณะครั้งใหญ่ในปี 2457 ได้ค้นพบวัตถุโบราณมีค่ามากมายปัจจุบันนำไปเก็บไว้ในหอพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง
วัดวิชุนเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เดิมมีโบสถ์ทำด้วยไม้
แกะสลักฉลุลวดลายงดงามมาก วัดนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระบาง เป็นแหล่งรวมผลงานฝีมือช่างสกุลต่างๆเพราะผ่านการซ่อมมาหลายยุคหลายสมัย
ทำให้พุทธสถาปัตย์วัดวิชุนนี้มีความโดดเด่นแตกต่างจากวัดอื่นๆในหลวงพระบาง
09.30
น.
นำท่านล่องเรือสู่
บ้านซ่างไห ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง มีอาชีพในการหมักสาโทและต้มเหล้าโรงจำหน่ายและยังเป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมืองจำพวกผ้าทอลวดลายสวยงามมากมาย
วางจำหน่ายอย่างเป็นระเบียบ ชมความร่วมมือของชาวบ้านที่ได้จัดแต่งลานบ้านอย่างสวยงามเพื่อรอรับนักท่องเที่ยว
ล่องต่อไปอีก 30 นาที
สู่ ถ้ำติ่ง ซึ่งเป็นถ้ำบนหน้าผาริมแม่น้ำโขง
มีอยู่ 2 ถ้ำ คือ ถ้ำบน-ล่าง
ถ้ำชั้นล่างมีความสูงจากระดับน้ำ 60 เมตร ถ้ำติ่งบน
ต้องขึ้นบันไดด้านซ่ยมือ 218 ขั้น ในอดีตชาวลาวนับถือผี
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงมานับถือศาสนาพุทธ ในสมัยพระเจ้าโพธิสารราช ถ้ำติ่งจึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา
ในวันปีใหม่ ของลาวเจ้ามหาชีวิต และข้าราชบริพาร พระสงฆ์ ประชาชน จะเดินทางมาสรงน้ำพระพุทธรูปที่ประดิษฐานในถ้ำนี้ซึ่งเคยมีพระพุทธรูปทอง,เงิน,นาก แต่ปัจจุบันเหลือพระพุทธรูปไม้จำนวนนับพันองค์
12.00
น.
รับประทานอาหารกลางวัน
ณ ร้านธรรมชาติผาแอ่น
จากนั้น นำท่าน เดินทางผ่านหมู่บ้านชนบทชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน
สู่ น้ำตกตาดกวงชี หนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดของเขตหลวงพระบาง ชมความงามของน้ำตกที่ตกลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้น
ๆ อย่างสวยงาม พร้อมกับชมความร่มรื่นเขียวชะอุ่มรอบ ๆ บริเวณ
แล้วเดินทางโดยรถเข้าสู่หลวงพระบาง ชม วัดใหม่สุวันพูมา วัดที่ประทับของพระสังฆราชลาว
ซึ่งเป็นวัดที่มีอุโบสถที่สวยงามในศิลปะแบบอุบมุง แล้วนำท่าน ชม พระธาตุภูษี
(เดินขึ้นบันได
328 ขั้น) ที่ตั้งโดดเด่นใจกลางเมืองหลวงพระบางพร้อมชมทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน
ถ้าในฤดูหนาวหนาวระหว่างทางท่านจะได้รับแต่ความร่มรื่น และ อบอวนไปด้วยกลิ่นดอกจำปาลาว(ดอกลั่นทม)
ดอกไม้ประจำชาติของลาวตลอดสองข้างทาง เมื่อท่านเดินถึงยอดเขาท่านจะได้พบเจดีย์สีทอง
ศิลปะลาวแท้บรรจุพระธาตุตั้งอยู่บนยอดเขา ให้ท่านได้นมัสการขอพร เมื่อลงจากยอดภูษี
ท่านจะพบกับ ตลาดค่ำ (Night Market) เป็นถนนคนเดินตอนเย็นตั้งแต่เวลา
5 โมงเย็น ถึงประมาณ 4 ทุ่ม
จะมีชาวลาวสูง ลาวเทิง ลาวม้ง ชาวบ้านผานม แม้แต่ชาวหลวงพระบางเองก็จะนำสินค้าพื้นเมืองไม่ว่าจะเป็นผ้าปัก
ผ้าทอมือผ้านุ่ง ผ้าซิ่น เครื่องเงิน เครื่องไม้ สินค้ามากมายวางอยู่บนถนน
และริมทางเดิน ตั้งแต่หน้าพระราชวังจนสุดหัวถนน (เราจะให้เวลาท่านเพียงเล็กน้อย
เลือกซื้อด้วยสายตา)
จากนั้น นำท่านไปรับประทานอาหารค่ำ
ณ ร้านอินโดชัยน่า หลังอาหารนำท่านกลับโรงแรมที่พัก สำหรับท่านที่
จะเดินต่อตลาดค่ำ ก็จะพาท่านไปซื้อสินค้าที่ท่านหมายตาไว้
วันที่สาม หลวงพระบาง วังเวียง
07.00 น.
บริการอาหารเช้า
ณ ห้องอาหารของโรงแรม
08.30
น.
ชม พิพิธภัณฑ์พระราชวังหลวง
พระราชวังเก่าเจ้ามหาชีวิตของลาว สร้างขั้นในปีพฬศ. 2447 เพื่อเป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิตสว่างวงศ์
ลักษณะเป็นศิลปะแบบลาวผสมฝรั่งเศส ต่อมาแก้ไขให้เป็นปราสาทแบบลาว ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็น
พิพิธภัณฑ์ ในปีพ.ศ. 2519 ที่หอด้านหน้าเป็นที่ประดิษฐานของ พระบาง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวลาว
องค์พระสูง 1.14 เมตร หนัก 54 กิโลกรัม
พระหัตถ์แสดงปางอภัยมุทรา หล่อด้วยทองคำบริสุทธิ์ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของเมืองหลวงพระบาง
ชม วัดเชียงทอง ซึ่งเป็นวัดหลวงคู่เมืองหลวงพระบาง โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้โปรดให้สร้างขึ้นและได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์
และ เจ้าชีวิตศรีสว่างวงศ์วัฒนามากเป็นพิเศษ บริเวณที่ตั้งของวัดที่ตอนหัวโค้งของแผ่นดินที่แม่น้ำคานมาบรรจบกันกับแม่น้ำโขง
เป็น ศูนย์ศิลปกรรมล้านช้าง ความงามของวัดอยู่ที่ความสงบสง่าสะอาด
มีการวางผังออกแบบและบำรุงรักษาอย่างดีเยี่ยม ชม สิมหรือโบสถ์ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของศิลปะสกุลช่างล้านช้าง
ก่อนอำลาเมืองหลวงพระบาง นำท่านสู่แหล่งช้อปปิ้ง ตลาดดารา
และบ้านผานม (อยู่ห่างจากตัวเมือง 3 กิโลเมตร)
หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ริมน้ำคาน ชาวไทลื้อที่อพยพมาจากเมืองสิบสองปันนา
ตั้งแต่ปี พ.ศ.1890 ในอดีตหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านของข้าราชบริพารของเจ้ามหาชีวิตแห่งราชอณาจักรล้านช้าง
ผู้หญิงมีหน้าที่หลักคือ ทอผ้าถวายราชสำนักตามพระราชกระแสรับสั่งของเจ้ามหาชีวิต
และพระราชวงศ์ ชาวบ้านผานมจึงมีการทอผ้าที่ประณีตงดงามจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว
ชีวิตประจำวันของผู้หญิงของหมู่บ้านจะผูกพันกับการทอผ้าทุกครัวเรือน
ตั้งแต่เด็กสาวไปจนถึงผู้เฒ่า เมื่อรัฐบาลเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2518 มีการยกเลิกตำแหน่งเจ้ามหาชีวิตหมู่บ้านนี้จึงหันมาทอผ้าขายนักท่องเที่ยว
และคนทั่วไป
12.00
น.
รับประทานอาหารกลางวัน
ณ ร้านวิชุน
13.00
น.
เดินทางสู่ เมืองวังเวียงโดยรถโค้ชปรับอากาศ (ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง)
ระหว่างทางแวะชมหมู่บ้านชาวลาวและชาวเขาเผ่าต่างๆ พร้อมสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน
รวมถึงความสวยงามของธรรมชาติที่มีอยู่อย่างมากมาย แวะชิมกาแฟสดของลาว
ที่ขึ้นชื่อ
18.00
น.
ถึงเมืองวังเวียง
ซึ่งเป็นเมืองธรรมชาติที่สวยสดงดงาม อากาศเย็นสบาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาตินิยมมาท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของลาว
ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำซอง ล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง มองเห็นสายน้ำกว้างสลับกับเนินทราย
โดยมีเทือกเขาหินปูนเป็นฉากหลัง วังเวียงได้ฉายาว่า กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว
จากนั้น รับประทานอาหารค่ำและเข้าพักที่
น้ำซองรีสอร์ท หรือเทียบเท่า เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สี่
วังเวียง เวียงจันทน์ กรุงเทพฯ
07.00 น.
รับประทานอาหารเช้า
ณ ห้องอาหาร
08.30
น.
เดินทางสู่นครเวียงจันทน์โดยรถ
(ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง) ถึง
แขวงกำแพงนครเวียงจันทน์ ชมเมืองและศาสนสถานที่สำคัญ นมัสการ วัดเจ้าแม่ศรีเมือง
ถือเป็นศาลหลักเมืองอันศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเวียงจันทน์นับถือมาก
12.00
น.
รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
จากนั้น ชม หอแก้ว หรือ
วัดพระแก้วลาว ที่ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่อัญเชิญมาจากเชียงใหม่
แล้วนำท่านข้ามถนนไปชม จากนั้นชมและสักการะ วัดพระธาตุหลวง เป็นพระธาตุเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของลาว
เป็นพระธาตุที่มีขนาดทั้งสูงและใหญ่ที่สุดในลาว สูงถึง 45 เมตร
ชมอนุสาวรีย์ประตูชัย เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะล้านช้างกับฝรั่งเศษเข้าด้วยกันอย่างงดงาม
และกลมกลืนอย่างไม่น่าเชื่อ แวะช้อปปิ้ง ตลาดเช้า-ตลาดแลง(Morning
Market) เลือกซื้อสินค้าจากกลุ่มประเทศอินโดจีน และรัสเซีย
ยุโรป มากมาย
17.00
น.
รับประทานอาหารค่ำ
ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินวัตไต
19.00
น.
เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
โดย สายการบินลาว เที่ยวบินที่ QV 415
20.00
น.
ถึงสนามบินดอนเมืองกรุงเทพฯ
โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
เงื่อนไขการเดินทางและอัตราค่าบริการ(สอบถามรายละเอียด)
หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทาง
หากจำนวนผู้เดินทางไม่ถึง 15 ท่าน หรือ เปลี่ยนแปลงรายการส่วนหนึ่งส่วนใด ตามความจำเป็นและความเหมาะสม อันเนื่องมาจาก เหตุสุดวิสัย
อาทิเช่น การเปลี่ยนแปลงเงินตราต่างประเทศ, การเปลี่ยนแปลงของสายการบิน,
การยืนยันที่พัก, เหตุการณ์ทางการเมือง
หรือสภาพของภูมิอากาศ เป็นต้น |