สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

Myanmar 03 มิ ง ก ะ ล า บ า “พม่า 3 วัน 2 คืน”

Myanmar 03  มิ ง ก ะ ล า บ า “พม่า 3 วัน 2 คืน”

มิ ง ก ะ ล า บ าพม่า 3 วัน 2 คืน”

ตามรอยโยเดียสู่เมืองมัณฑะเลย์ อังวะ อมรปุระ สกายน์ พินอูลวิน

ตำนาน ราชธานีสุดท้ายของพม่า

 

ì พิธีล้างพระพักตร์ พระมหามัยมุนี อันศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 5 มหาบูชาสถาน

ì เมืองพินอูลวิน เมืองตากอากาศแสนโรแมนติกกลางหุบเขา ชมบ้านเมืองเก่าแก่โบราณ

ì เมืองมิงกุน ล่องแม่น้ำอิระวดี ชมความยิ่งใหญ่ของ เจดีย์มิงกุน ระฆังมินกุน

และ เจดีย์ชินพิวมิน

ì เมืองอังวะ เมืองหลวงเก่าที่เหลือแต่เพียงซาก ใช้ชีวิตอย่างช้าๆและนั่งรถม้าชมเมือง

ì เมืองสกายน์ สักการะ เจดีย์กองมูดอว์ หรือ วัดเจดีย์นมสาว

ì ชมสะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก ณ ทะเลสาบตองตะมาน

ì เมนูพิเศษ....อาหารไทยรสเลิศ+กุ้งแม่น้ำเผา

ตารางการบิน

วันเดินทาง

เส้นทาง

เที่ยวบิน

เวลาออก

เวลาถึง

25 ม.ค.

กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ-มัณฑะเลย์

PG709

12.15

13.40

27 ม.ค.

มัณฑะเลย์-กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ

PG714

19.15

21.40

 

 

ตารางการเดินทาง

วันที่ 1

กรุงเทพฯ–มัณฑะเลย์–มิงกุน–มัณฑะเลย์

-/-/D

วันที่ 2

มัณฑะเลย์ “พิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี”-เมืองพินอูลวิน

B/L/D

วันที่ 3

มัณฑะเลย์–อังวะ–สกายน์–กรุงเทพฯ

B/L/-

 

กำหนดการเดินทางวันที่ 25-27 มกราคม 2563

วันแรก     กรุงเทพฯ-สนามบินสุวรรณภูมิมัณฑะเลย์-มิงกุน-มัณฑะเลย์    วันเสาร์ที่ 25 มกราคม 2563

09:00        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 4        สายการบินบางกอกแอร์เวย์ เคาน์เตอร์ F พบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระติดป้ายชื่อกระเป๋าและเอกสารการเดินทาง

12:15        ออกเดินทางโดย สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ โดยเที่ยวบินที่ PG 709 (บริการอาหารบนเครื่อง)

 

‡ ˆ ‰ Š ‹ Œ เวลาประเทศพม่าช้ากว่าเวลาประเทศไทย 30 นาที  Ž   ‘ ’

 

การเตรียมตัวก่อนขึ้นเครื่อง ตามนโยบายการรักษาความปลอดภัยของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารนำสัมภาระใส่กระเป๋าติดตัวถือขึ้นเครื่องบิน อาทิ มีด สนับมือ วัตถุแหลมคมทุกชนิด วัตถุไวไฟ ไม้ขีดไฟ และสิ่งคล้ายอาวุธทุกชนิด รวมถึงของเหลวทุกชนิดในบรรจุภัณฑ์ ขนาดเกิน 100 มล. เจล สเปรย์ ยาสีฟัน น้ำหอม แชมพูสระผม รวมถึงอาหารเหลว หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะถูกยึดไว้ที่สนามบิน โดยไม่มีข้อต่อรองและไม่อนุญาต ให้นำที่ชาร์ตแบตสำรอง (POWER BANK) โหลดใส่ใต้ท้องเครื่องเด็ดขาด ยกเว้นนำติดตัวขึ้นเครื่องเท่านั้น

13:40         ถึงสนามบินนานาชาติเมืองมัณฑะเลย์ มัณฑะเลย์ อดีตราชธานีของพม่า ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่เมืองที่ยังคงใช้ชื่อเดิมเรื่อยมาไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตั้งอยู่บนที่ราบอันแห้งแล้งและเขตทำนาปลูกข้าวตามแนวลำน้ำเอยาวดีตอนบน มีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน อากาศร้อน (ยกเว้น ช่วงฤดูหนาว ธันวา –กุมภา) ปัจจุบันมัณฑะเลย์ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีนาฎศิลป์และคีตศิลป์ดีที่สุดในพม่า

              หลังนำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้ว ทางบริษัทจัดรถปรับอากาศรับท่าน นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิงกุน โดยการล่องเรือในแม่น้ำอิระวดีจากท่าเรือใกล้เจดีย์ชเวไจยัต                  เขตเมืองอมรปุระ สู่ หมู่บ้านมิงกุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอมรปุระ แต่อยู่บนเกาะกลางลำน้ำอิระวดี มีอนุสรณ์สถานที่แสดงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าปดุง ระหว่างทางจะได้เห็นหมู่บ้านอิระวดีที่มีลักษณะเป็น “กึ่งบ้าน กึ่งแพ” เนื่องจากระดับน้ำอิระวดีในแต่ละฤดูกาลจะมีความแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะฤดูน้ำหลาก ระดับน้ำจะขึ้นสูงกว่าฤดูแล้วกว่า 10 เมตร ชาวพม่าจึงนิยมสร้างบ้านกึ่งแพ คือถ้าน้ำขึ้นสูงก็ร่วมแรงกันยกบ้านขึ้นที่ดอน ครั้นน้ำลงมากก็ยกบ้านมาตั้งใกล้น้ำ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้แม่น้ำในชีวิตประจำวัน

ถึงมิงกุน ชม เจดีย์มิงกุน ร่องรอยแห่งความทะเยอทะยานของพระเจ้าปดุง ด้วยภายหลังทรงเคลื่อนทัพไปตียะไข่ แล้วสามารถชะลอพระมหามัยมุนีมาประดิษฐานที่มัณฑะเลย์เป็นผลสำเร็จ จึงทรงฮึกเหิมที่จะกระทำการใหญ่ขึ้นและยากขึ้น ด้วยการทำสงครามแผ่ขยายไปรอบด้าน พร้อมกับเกณฑ์แรงงานจำนวนมากก่อสร้างเจดีย์มิงกุนหรือเจดีย์จักรพรรดิ เพื่อประดิษฐานพระทันตธาตุที่ได้จากพระเจ้ากรุงจีนโดยทรงมุ่งหวังให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่ามหาเจดีย์ในสมัยพุกาม และใหญ่โตโอฬารยิ่งกว่าพระปฐมเจดีย์ในสยาม ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในสุวรรณภูมิ ส่งผลให้ข้าทาสชาวยะไข่หรืออาระกันจำนวน 50,000 คนหลบหนีการกดขี่แรงงานไปอยู่ในเขตเบงกอลเป็นดินแดนในอาณัติของอังกฤษ แล้วทำการซ่องสุมกำลังเป็นกองโจร ลอบโจมตีกองทัพพม่าอยู่เนืองๆ

โดยพม่ากล่าวหาว่าอังกฤษหนุนหลังกลายเป็นฉนวนให้เกิดสงครามอังกฤษ-พม่า อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พม่าเสียเมืองในที่สุด อย่างไรก็ตามงานก่อสร้างเจดีย์มิงกุนดำเนินไปได้เพียง 7 ปี พระเจ้าปดุงเสด็จสวรรคต ภายหลังทรงพ่ายแพ้ไทยในสงครามเก้าทัพ มหาเจดีย์อันยิ่งใหญ่ในพระราชหฤทัยของพระองค์จึงปรากฏเพียงแค่ฐาน ทว่าใหญ่โตมหึมาดั่งภูเขาอิฐที่มีความมั่นคงถึง 50เมตร ซึ่งหากสร้างเสร็จตามแผนจะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดและสูงที่สุดในโลก เพราะสูงถึง 152 เมตร ส่วนรอยแตกร้าวตรงกลางฐานเกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว

จากนั้น       ชม ระฆังมิงกุน ที่พระเจ้าปดุงโปรดให้สร้างโดยสำเร็จ เพื่ออุทิศถวายแด่มหาเจดีย์มิงกุน จึงต้องมีขนาดใหญ่คู่ควรกัน คือเป็นระฆังยักษ์ที่มีเส้นรอบวงถึง 10 เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก 87 ตัน เล่าขานกันว่า พระเจ้าปดุงทรงไม่ต้องการให้มีใครสร้างระฆังเลียนแบบ จึงรับสั่งให้ประหารชีวิตนายช่างทันทีที่สร้างเสร็จ ปัจจุบันถือเป็นระฆังยักษ์ที่มีขนาดเล็กกว่าระฆังแห่งหนึ่งแห่งพระราชวังเครมลินใน กรุงมอสโกเพียงใบเดียว ทว่าระฆังเครมลินแตกร้าวไปแล้ว ชาวพม่าจึงภาคภูมิใจว่าระฆังมิงกุนเป็นระฆังยักษ์ที่ยังคงส่งเสียงก้องกังวาน ทั้งนี้เคยมีการทดสอบความกว้างใหญ่ของระฆังใบนี้ โดยให้เด็กตัวเล็กๆ ไปยืนรวมกันอยู่ใต้ระฆังได้ถึง 100 คน

ชม เจดีย์ชินพิวมิน (เมียะเต็งดาน) ประดิษฐานอยู่เหนือระฆังมิงกุนไม่ไกล ได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์ที่สวยสง่ามากแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2359 โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ พระราชนัดดาในพระเจ้าปดุง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่พระองค์มีต่อพระมหาเทวีชินพิวมิน ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนเวลาอันควร จึงได้รับสมญานามว่า ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี เจดีย์องค์นี้เป็นพุทธศิลป์ที่สร้างขึ้นด้วยหลักภูมิจักรวาลคือมีองค์เจดีย์สถิตอยู่ตรงกลาง ณ ยอดเขาพระสุเมรุ อันเชื่อกันว่าเป็นศูนย์กลางและโลกและจักรวาลล้อมรอบด้วยขุนเขาและมหาสมุทรตามหลักไตรภูมิ ได้เวลาอันสมควรเดินทางกลับมายังมัณฑะเลย์

ผ่าน เมืองอมรปุระ(AMRAPURA) เมืองแห่งผู้เป็นอมตะอยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นราชธานีเพียง 76 ปี แห่งหน่งของพม่า ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ในปี พ.ศ.2400

ชม สะพานไม้อูเบ็ง(U-BEN) สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก สร้างขึ้นหลังจากที่ย้ายราชธานีมาอยู่ที่อมรปุระ เป็นสะพานไม้สักที่นำมาจากเมืองอังวะ โดยเสนาบดีของพระเจ้าโบ่ต่อพญา ชื่อว่า เสาอู  จึงเรียกชื่อสะพานไม้นี้ ตามชื่อ คือ อู่เป่ง เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี

ตัวสะพานทอดยาวถึง 2 กิโลเมตรข้ามทะเลสาบตองตะมานของเมืองอมรปุระ

ทะเลสาบตองตะมาน ระดับน้ำในทะเลสาบจะมีน้ำขึ้นเยอะหรือน้อยขึ้นอยู่กับฤดูกาล

 

19:30        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้น       นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม Mandalay Eastern Palace หรือเทียบเท่า

 

วันที่สอง    มัณฑะเลย์-พินอูลวิน-มัณฑะเลย์                                วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2563

07:00          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

08:00          เดินทางสู่ เมืองพินอูลวิน (Pyin Oo Iwin) เมืองแสนโรแมนติกกลางหุบเขาของพม่า ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง คนทั่วไปเรียกกันว่า เมเมียว (Maymyo) เป็นเมืองหนึ่งในประเทศพม่าตอนบน โดยคำว่า เมเมียว มาจากชื่อของ พันเอกเมย์ ฟลาวเวอร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบอังกฤษ ที่ได้รับหน้าที่เป็นผู้บัญชาการใหญ่ในเมืองนี้เมื่อครั้งที่พม่ายังเป็นประเทศอาณานิคมของอังกฤษ เมื่อเกือบ 100 ปีก่อน เมืองพินอูลวิน ถูกทำให้เป็นฐานบัญชาการของกองทัพอังกฤษ ความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร ทำให้อากาศในเมืองนี้ค่อนข้างจะเย็นสบายตลอดทั้งปี บ้านเรือนโดยรอบส่วนใหญ่ในเมืองนี้ มักจะเป็นบ้านเก่าแก่โบราณที่มีอายุเกือบจะ 100 ปี เป็นบ้านสไตล์โคโลเนียล บางหลังมีปล่องไฟ พร้อมอิฐสีแดงเรียงรายเป็นกำแพง บางหลังถูกใช้เป็นโรงเรียน ที่ว่าการอำเภอ ไปรษณีย์ สถานีตำรวจ และโรงแรม

จากนั้น       นำท่าน นั่งรถม้า ชมเมืองพินอูวิน ผ่านชมย่านหอนาฬิกา Purcell Tower สัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองพินอูลวิน ชมความงดงามของพืชเมืองหนาวที่สวน พฤกษศาสตร์กันดอว์จี (National Kandawkyi Botanical Garden) ตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1915 (พ.ศ. 2458) โดย Alex Rodger และออกแบบให้เหมือนกับ สวนพฤกษศาสตร์หลวงเมืองคิว (Royal Botanic Gardens) หรือสวนคิว (Kew Gardens) ในประเทศอังกฤษ ภายในสวนแห่งนี้ประกอบด้วยสนามหญ้าสวนหย่อม สระน้ำขนาดใหญ่ และมีป่าธรรมชาติ เป็นองค์ประกอบภายในสวน นอกจากจะตกแต่งสวยงามแล้วยังมีการให้ความรู้ด้านพรรณพืชและการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีพื้นที่กว้างขวางถึง 2,700 ไร่ ภายในสวนพฤษศาสตร์มีการปลูกพืชพันธุ์พื้นเมืองกว่า 514 สายพันธุ์ ต้นไม้จากต่างประเทศ 74 สายพันธุ์ มีการปลูกไผ่กว่า 75 ชนิด กล้วยไม้พันธุ์พื้นเมืองกว่า 300 ชนิด นอกจากนั้นยังมีการปลูกดอกไม้อีกจำนวนหลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะดอกกุหลาบที่ถูกมาปลูกในสวนแห่งนี้กว่า 25 สายพันธุ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและต้นไม้อย่างแท้จริง

12:30          ä บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ภาคบ่าย     สัมผัสความงดงามทางธรรมชาติอันแสนประทับใจที่ น้ำตกปเว ก๊อก (Pwa Gauk Falls) หรือ น้ำตกแฮมพ์เชียร์ (Hampshire Falls) ซึ่งเป็นที่นิยมเรียกกันในสมัยอาณานิคมอังกฤษ น้ำตกนี้สวยงามและมีสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวพม่า

 

จากนั้น       นำท่านสู่ วัด Maha Ant Htoo Kan Thar Pagoda

 

               วัด Maha Ant Htoo Kan Thar Pagoda ประดิษฐานพระพุทธรูปที่คนไทยเรียกว่า ‘พระทันใจ’ ซึ่งแกะสลักจากหินอ่อนทั้งองค์ ตามประวัติกล่าวว่า มีชาวจีนได้มาบูชาองค์พระทันใจไปไว้ที่ประเทศจีน ระหว่างการเดินทางรถเกิดอุบัติเหตุ องค์พระตกจากรถไม่สามารถจะยกขึ้นรถไปได้อีกไม่ว่าจะใช้เครนช่วยยกก็ตาม สุดท้ายจึงต้องสร้างวัดบริเวณนี้เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาวองค์นี้ พร้อมกับตั้งชื่อว่า ‘มหาอันตูกานตาร์’ ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า ‘เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มหัศจรรย์ ที่ให้ความร่ำรวย โชคดีแก่ผู้กราบไหว้’ และเชื่อกันว่าเป็นพระรักชาติอีกด้วย

 

               ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่มัณฑะเลย์

19:30        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้น       นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม Mandalay Eastern Palace หรือเทียบเท่า

วันที่สาม    มัณฑะเลย์–อังวะ–สกายน์-มัณฑะเลย์-กรุงเทพฯ         วันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2563

07:00          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

08:00        เดินทางสู่ เมืองสกายน์ ศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาที่สำคัญ ชมทัศนียภาพของเมืองสกายน์   ลุ่มแม่น้ำอิระวดี เจดีย์จำนวนมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่บนภูเขา และริมฝั่งแม่น้ำ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 19 มีเจ้าเชื้อสายไทยใหญ่เมือง สกายน์ นาม สอยุน รวบรวมผู้คนแล้วตั้งตนเป็นกษัตริย์อยู่เมืองสกายน์ ที่ตั้งปัจจุบันอยู่ไหล่เนินเขาบนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำอิรวะดี ห่างจาก มัณฑะเลย์ไปทางทิศใต้ประมาณ 10 กม. สกายน์เป็นราชธานี ได้ประมาณ 59 ปี ภายหลังเกิดการชิงอำนาจกัน สุดท้ายพระเจ้าโดะมินพญา ได้รับชัยชนะ จึงย้ายเมืองหลวงใหม่ มาตั้งที่ปากแม่น้ำ มิดแง ตรงที่บรรจบกับแม่น้ำอิรวะดี จนเป็นที่ตั้งของเมืองอังวะในเวลาต่อมา

นำท่านชม เจดีย์กองมูดอว์ (KaungHmuDaw Pagoda) หรือ วัดเจดีย์นมสาว สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1636 โดยพระเจ้าตาหลู่น เพื่อใช้ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว ทรงของเจดีย์คล้ายทรงครึ่งวงกลมคว่ำ เป็นศิลปะในแบบของชาวสิงหล หรือ เรียกอีกอย่างว่า เจดีย์ทรงลังกา มีความสูง 46 เมตร เส้นรอบวงวัดได้ 274 เมตร เนื่องจากรูปทรงเจดีย์ค่อนข้างแปลกตา คล้ายกับนมของหญิงสาว จึงเป็นที่มาของชื่อ เจดีย์นมสาว ปัจจุบันตัวเจดีย์มีการบูรณะใหม่ ถูกทาให้เป็นสีทองทั้งหมดเพื่อความสวยงาม

    

 

จากนั้น       ขึ้น เขาสกายน์ ภูเขาขนาดกลาง มีความสวยงามด้านทัศนียภาพ สามารถมองเห็นเจดีย์ต่างๆ ที่กระจาย รายล้อมอยู่โดยรอบ สุดสายตาจะเป็นแม่น้ำอิระวดี นแม่น้ำสายสำคัญของเมืองนี้

ชม เจดีย์อูมินทงแส่ หรือวัด 30 ถ้ำ วัดนี้อยู่บริเวณช่วงกลางของเขาสกายน์ ภายในจะมีพระพุทธรูปจำนวน 45 องค์ ประดิษฐานอยู่ด้านในเรียงกันเป็นครึ่งวงกลม มีทางเดินโค้งคู่ไปกับพระพุทธรูป

12:30          ä บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ภาคบ่าย     เดินทางสู่ เมืองอังวะ ราชธานีโบราณอีกแห่งหนึ่งของพม่า ให้ท่านได้นั่งรถม้า เพื่อท่องเที่ยวชมความสวยงามของเมือง นำท่านชมประตูเมืองทางทิศเหนือ มีชื่อเรียกว่า คาวเซตั่นคา เป็นประตูที่ปัจจุบันมีความสมบูรณ์ที่สุด และใช้เป็นประตูสำหรับทำพิธีสระผมในเทศกาล ติ่นจ่าน (สงกราณต์) ของชาวพม่าชม Watch Tower (Nan Myint) หอคอยเมืองอังวะ เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวัง เพื่อใช้ สังเกตการณ์ข้าศึก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1822 หลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวในปี ค.ศ.1838 หอแห่งนี้เกิดการเอียงตัว แต่ได้รับการบูรณะเป็นโครงสร้างเดิมนี้เป็นหนึ่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมพม่าในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ชม Maha Aungmye Bonzan วัดมหาอ่องเหม่ บอนซาน สร้างโดยพระนางเมนุมเหสีในพระเจ้าบาจีด่อ จากนั้น ชม Barayar Monastery สร้างโดย พระเจ้าบายีดอ ปี ค.ศ.1834 ไม้สักที่มีขนาดใหญ่ สวยงามได้ซุ้มประตู บานประตูหรือหลังคา ซึ่งอาคารแห่งนี้มีเสาไม้สักรองรับน้ำหนักอยู่ถึง 267 ต้น

  

 

จากนั้น       ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์ เพื่อเดินทางกลับ

19:15        ออกเดินทางกลับ กรุงเทพฯ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG 714

21:40        ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

  

ค่าบริการผู้เดินทางขั้นต่ำ 16 ท่าน

ท่านละ(บาท)

ผู้ใหญ่ (ห้องละ2)

18,900

พักเดี่ยวเพิ่ม

2,000

อัตรานี้รวม       þ ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศไป-กลับ กรุงเทพฯ-มัณฑะเลย์ // มัณฑะเลย์-กรุงเทพฯ
     (ชั้นประหยัดสายการบินบางกอกแอร์เวย์ รับผิดชอบสัมภาระไม่เกิน 20 กิโลกรัม)
þ ที่พักโรงแรมตามที่ระบุในรายการ
þ ค่าอาหารและเครื่องดื่มตามที่ระบุในรายการ
þ รถปรับอากาศ รับ-ส่ง สนามบิน-โรงแรม และ นำเที่ยวตลอดการเดินทาง

þ ค่าธรรมเนียมผ่านประตูเข้าชมสถานที่ต่างๆ

þ ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางท่านละ 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด)

þ มัคคุเทศก์ท้องถิ่นพูดไทยนำเที่ยวตามรายการ และเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกจากบริษัท

þ ค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินทุกสนามบินตามรายการ

þ ทิปสินน้ำใจคนขับรถ ไกด์ท้องถิ่นพม่า และไกด์ไทย ท่านละ 600 บาท / ลูกค้า 1 ท่าน/ทริป

อัตรานี้ไม่รวม  ý ค่าหนังสือเดินทาง

                  ý ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

                  ý ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งมาเองนอกเหนือรายการ

                       ý ค่าบริการ 3%-5% กรณีชำระด้วยบัตรเครดิต

                  ý ค่าธรรมเนียมกระเป๋าที่น้ำหนักเกิน 20 กก.

                       ý ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆเช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ ค่ามินิบาร์ ทีวีช่องพิเศษ เป็นต้น

 

หลักฐานการเดินทางและเอกสารวีซ่า ส่งมอบเอกสารให้บริษัทอย่างช้า 15 วันทำการ(ก่อนเดินทาง)

หนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต) อายุการใช้งานเหลือมากกว่า 6 เดือน นับจากวันที่จะออกเดินทาง

เงื่อนไขการชำระเงิน    Ø มัดจำท่านละ 10,000 บาทในวันที่จอง

                                            Ø ที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนเดินทาง  30 วันทำการ

ติดต่อร่วมเดินทางที่   Ø ธรรมจารี ทัวร์ ' 025911060

                                 Ø เสาวลักษณ์(ปุ๊) È0895401659 Ø บำนาญ(ต่อง)È0624568693

หมายเหตุ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางหากจำนวนผู้เดินทางไม่ถึง 15 ท่านหรือเปลี่ยนแปลงรายการส่วนหนึ่งส่วนใดตามความจำเป็นอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย เช่น จากสายการบิน การยืนยันที่พัก เหตุการณ์ทางการเมือง สภาพอากาศเป็นต้น

 

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/548

 

.การยกเลิกการจองทัวร์ (Cancellation Charge)

4ยกเลิกการเดินทางไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนเดินทาง บริษัทฯจะคืนเงินมัดจำให้ทั้งหมด

4ยกเลิกการเดินทางก่อน 59-45 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 20,000 บาท

4ยกเลิกการเดินทางก่อน 44-30 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 50 % ของราคาทัวร์

4ยกเลิกการเดินทางก่อน 29-15 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 80 % ของราคาทัวร์

4ยกเลิกการเดินทางก่อน 14-7 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 90 % ของราคาทัวร์

4ยกเลิกการเดินทางก่อน 1 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 100 % ของราคาทัวร์

4หากท่านยกเลิกการเดินทางในเงื่อนไขใด เงื่อนไขหนึ่ง แต่ท่านสามารถหาผู้เดินทางมาแทนได้ โดยสามารถยื่นขอวีซ่าได้ทันตามกำหนดเวลา ทางบริษัทฯ จะคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มคือค่าวีซ่า และค่าเปลี่ยนชื่อตั๋วเท่านั้น และต้องไม่อยู่ในเงื่อนไขของตั๋วที่ NON-CHANGE NAME & NON-REFUND

4หากท่านยกเลิกการเดินทาง อันเนื่องมาจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งในคณะของท่านไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติวีซ่า ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามอันเป็นการพิจารณาของสถานทูต  ซึ่งการยกเลิกเฉพาะบุคคลหรือยกเลิกพร้อมกันทั้งหมด ให้ถือเป็นการยกเลิกตามเงื่อนไขของวันเวลาที่ยกเลิกดังกล่าวข้างต้น ในกรณีที่ท่านไม่แน่ใจว่าจะได้รับการพิจารณาอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต ทางบริษัทขอแนะนำให้ท่านยื่นขอวีซ่าแบบเดี่ยว ซึ่งจะรู้ผลเร็วกว่าการยื่นขอวีซ่าแบบกรุ๊ป

4ตั๋วเครื่องบิน(Air Ticket) ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกัน หากต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ปเป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนดซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณียกเลิกการเดินทางถ้าได้ดำเนินการออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้นและหากท่านไม่แน่ใจในวันเดินทางดังกล่าว กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ฯเพื่อยืนยันในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำREFUNDได้หรือไม่ก่อนที่ท่านจะชำระเงินค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ

4สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ (Porter)

-   ค่าทัวร์ได้รวมค่าขนสัมภาระสำหรับเข้าและออกจากโรงแรม ท่านละ  1 ใบ ทุกโรงแรม

-   สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้บรรทุกใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด (Economy Class Passenger ขึ้นอยู่กับสายการยิน) การเรียกค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้

-   สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม และมีความกว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน 115 เซนติเมตร หรือ 25 เซนติเมตร (9.75 นิ้ว) X 56 เซนติเมตร (21.5 นิ้ว) X 46 เซนติเมตร (18 นิ้ว)

-   ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องมีบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกิน ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นบนพาหนะการเดินทาง

-   บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในความรับผิดชอบต่อกรณีเกิดการสูญเสีย, สูญหายของกระเป๋า และสัมภาระของผู้โดยสาร อันเกิดจากสายการบิน ทางสายการบินผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎของกรมการบินพาณิชย์

4ระหว่างการเดินทางหากไม่ได้ท่องเที่ยวพร้อมคณะหรือถอนตัวออกจากคณะถือว่าสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องเงินส่วนที่ขาดไปได้

4หากท่านถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นๆปฏิเสธการเข้า-ออกเมืองถือเป็นเหตุผลทางการเมืองและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประเทศนั้นๆ ซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจและความรับผิดชอบของทางบริษัทฯ จึงขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงินไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด

4บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น การยกเลิกหรือล่าช้าของสายการบิน / ภัยธรรมชาติ / การจลาจล / เหตุการณ์ทางการเมืองและของสูญหายตามสถานที่ต่างๆซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ

-       กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตฯ เรื่องวีซ่าของท่าน เพื่อให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานทูตฯ เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศ จะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ

หลังจากการจองและชำระเงินมัดจำแล้ว บริษัทฯถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ

view