สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

ภูฏาน แผ่นดินมังกรสายฟ้า ในอ้อมกอดหิมาลัย ราชอาณาจักรภูฎาน(Kingdom of Bhutan) หรือ ดรุก ยุล (Druk Yul) “ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า” (Land of The Thunder Dragon) 10–14 พฤษภาคม 2561 วันที่ 8-12 กรกฎาคม 2561 วันที่ 11-15 สิงหาคม 2561ภูฏาน แผ่นดินมังกรสายฟ้า ในอ้อมกอดหิมาลัย ราชอาณ

ภูฏาน แผ่นดินมังกรสายฟ้า ในอ้อมกอดหิมาลัย ราชอาณาจักรภูฎาน(Kingdom of Bhutan) หรือ ดรุก ยุล (Druk Yul) “ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า” (Land of The Thunder Dragon) 10–14 พฤษภาคม 2561 วันที่ 8-12 กรกฎาคม 2561 วันที่ 11-15 สิงหาคม 2561ภูฏาน แผ่นดินมังกรสายฟ้า ในอ้อมกอดหิมาลัย ราชอาณ

ภูฏาน แผ่นดินมังกรสายฟ้า ในอ้อมกอดหิมาลัย
ราชอาณาจักรภูฎาน(Kingdom of Bhutan) หรือ ดรุก ยุล (Druk Yul) “ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า” (Land of The Thunder Dragon) 

ประเทศเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่แถบเทือกเขาหิมาลัย

ดินแดนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันงดงาม ธรรมชาติ ประเพณี และวิถีชีวิต

การเกิดขึ้นของดินแดนแห่งนี้แม้จะยังไม่ยาวนานมากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

แต่ก็สร้างความเป็นมาไว้อย่างน่าสนใจ ยืนหยัดท่ามกลางม่านหมอกและความหนาวเย็น

สร้างประเทศขึ้นด้วยการให้ความสำคัญกับความสุขของคนในชาติ

มากกว่าให้ความสำคัญกับวัตถุและความเจริญด้านเศรษฐกิจของโลกเช่นประเทศอื่นๆ

ความเชื่อและศรัทธาในศาสนาพุทธนั้นมีอยู่เต็มเปี่ยมในหัวใจของชาวภูฎานทุกคน

พาโร - ทิมพู - พูนาคา

กำหนดการเดินทาง   วันที่ 10–14 พฤษภาคม 2561

                            วันที่ 8-12 กรกฎาคม 2561

                               วันที่ 11-15 สิงหาคม 2561

วันแรก       กรุงเทพฯพาโร

04:00          พร้อมคณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ เคาน์เตอร์เช็คอินระหว่างประเทศ สายการบินภูฎาน แอร์ไลน์ เคาน์เตอร์ Q ประตูทางเข้าที่ 5 นำท่านเช็คสัมภาระและบัตรโดยสารก่อนขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่จากบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกเรื่องติดป้ายชื่อสัมภาระการเดินทาง และแจกบัตรที่นั่งบนเครื่องบิน

การเตรียมตัวก่อนขึ้นเครื่อง ตามนโยบายการรักษาความปลอดภัยของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารนำสัมภาระใส่กระเป๋าติดตัวถือขึ้นเครื่องบิน อาทิ มีด สนับมือ วัตถุแหลมคมทุกชนิด วัตถุไวไฟ ไม้ขีดไฟ และสิ่งคล้ายอาวุธทุกชนิด รวมถึงของเหลวทุกชนิดในบรรจุภัณฑ์ ขนาดเกิน 100 มล. เจล สเปรย์ ยาสีฟัน น้ำหอม แชมพูสระผม รวมถึงอาหารเหลว หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะถูกยึดไว้ที่สนามบิน โดยไม่มีข้อต่อรอง

หมายเหตุ       นโยบายของสายการบินสำหรับผู้ที่เดินทางโดยชั้นประหยัดสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องได้ ท่านละไม่เกิน 20 กิโลกรัมเท่านั้น และกระเป๋าลากถือติดตัวขึ้นเครื่องใบละไม่เกิน 7 กิโลกรัม สำหรับสัมภาระที่เกินจากนี้ทางสายการบินคิดกิโลกรัมละ 425 บาท

06:30          ออกเดินทางสู่ เมืองพาโร โดยสายการบินภูฎาน แอร์ไลน์ เที่ยวบิน B 3701

( บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง )

07:35          เแวะรับ-ส่งผู้โดยสารที่เมืองกัลกัตตาประเทศอินเดียประมาณ 45 นาที **** ไม่ต้องลงจากเครื่อง ****

08:15          เดินทางต่อสู่ประเทศภูฏาน

09:55        ถึงสนามบินพาโร ประเทศภูฏาน หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว ทางบริษัทจัดรถรับท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองพาโร

ภูฏาน ประเทศเล็กๆที่เป็นดินแดนรวมแหล่งอารยธรรมต่างๆในอ้อมกอดแห่งขุนเขาหิมาลัย ประเทศที่พุทธศาสนาแบ่งบานอยู่ท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัย ประชาชนชาวภูฏานมีธรรมมะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ประชาชนดำรงชีวิตกันอยู่อย่างเรียบง่ายไม่วุ่นวาย และความสุขของคนภูฏานวัดกันได้ที่ใจ..ความสุขอยู่ที่จิตใจที่มีแต่รอยยิ้ม และความเป็นมิตรแก่ผู้คนทั้งโลก สัมผัสบ้านเมืองที่พาโร ซึ่งเป็นเมืองที่ถูกโอบอยู่ในวงล้อมของขุนเขา บนระดับความสูง 2,280 เมตร มีแม่น้ำปาชูไหลผ่าน อาคารบ้านเรือนจะเป็นสไตล์ภูฏานแท้ กรอบหน้าต่างไม้ลวดลายสีสันสดใส

ชม พาโรซอง (Pao Dzong) หรือ พาโรริงปูซอง ป้อมปราการและวิหารหลวงแห่งเมืองพาโร พาโรซองนับเป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมแบบภูฏานที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทุกท่านจะเห็นถึงกำแพงสีขาวที่ก่อตัวขึ้นเป็นป้อมปราการสามารถเห็นได้ชัดเจนเป็น Landmark ของเมืองพาโร ตัวซองสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1644 โดย ท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล พระอริยสงฆ์ ซึ่งเป็นผู้นำทางจิตวิญญานและเป็นผู้รวบรวมประเทศภูฏานให้เป็นปึกแผ่น รวมถึงเป็นผู้วางระบบการบริหารงานและระบอบปกครองประเทศ ปัจจุบันเป็นสถานที่ทำงานของรัฐบาล รวมทั้งเป็นที่ตั้งขององค์กรบริหารสงฆ์ประจำเขตปกครองนั้นๆ ทางเข้า  พาโรซองมี สะพานแขวนไม้ทอดผ่านข้ามแม่น้ำ เป็นอีกจุดที่ควรถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ

11:30        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร

จากนั้น       ชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ BHUTAN NATIONAL MUSEUM (TA DZONG) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวมหน้ากากศิลปะแบบพุทธมหายาน นิกายตันตระ ภาพพระบฏ อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ รวมถึงจัดแสดงความหลากหลายทางธรรมชาติอันสมบูรณ์ของประเทศเพื่อให้ทุกท่านได้รู้จักภูฏานมากขึ้น ตรงข้ามกับอาคารพิพิธภัณฑ์ เป็นอาคารทรงกลมสีขาว เรียกว่า ตาซอง (Ta Dzong) หรือ หอคอย เดิมใช้เป็นหอสังเกตุการณ์ข้าศึกศัตรูเนื่องจากตัว Dzong สร้างอยู่บนเนินสูงสามารถมองวิวตัวเมืองพาโรได้ครอบคลุม

จากนั้น       นำท่านเดินทางสู่ เมืองทิมพู (Thimphu) เมืองหลวงของประเทศภูฏานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1961 ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 1 ชม.

ระหว่างทางผ่านชม วัดตัมชู (Tamchoe Monastery) คือ จุดชมวิวตรงจุดบรรจบของแม่น้ำปาโรชูกับแม่น้ำทิมพูชู วัดตัมชูหรือวัดเขายอดอาชา จะตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายท่ามกลางทิวทัศน์ที่มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน ท่านลามะทังทนเกลโป ซึ่งเป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นพร้อมสะพานเหล็กอีกสายหนึ่งขึ้นที่นี่ แต่สะพานถูกน้ำพัดทำลายลงในปี ค.ศ. 1969 สะพานที่เห็นในปัจจุบันเป็นของที่ใช้โซ่เหล็กสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 2005 โดยเลียนแบบสะพานสายเดิม

16:00          ถึงทิมพู เข้าที่พัก ณ  Hotel Dorji Element

จากนั้น       นำท่านชม ตาชิโชซ่ง (Tashi Chodzong) มหาปราการแห่งศาสนาและวิหารหลวงแห่งเมืองทิมพู     (วันธรรมดาเปิดหลัง16.30น. / เสาร์-อาทิตย์ เปิดทั้งวัน)

ตาซิโซซ่ง หมายถึง ป้อมแห่งศาสนาอันเป็นมงคล สร้างในสมัยศตวรรษที่ 12 โดยท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล ปัจุบันเป็นสถานที่ทำงานของพระมหากษัตริย์ สถานที่ทำการของกระทรวงต่างๆ และวัด รวมทั้งเป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระสังฆราช และบริเวณอันใกล้ท่านจะได้เห็นวังที่ประทับส่วนพระองค์ของพระราชาธิบดีจิกมี่ด้วย

จากนั้น       นำท่านเดินทางสักการะองค์หลวงพ่อสัจจธรรม (Tallest Buddha Statue) ที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก และได้รับความร่วมมือจากเศรษฐีชาวสิงค์โปร์ บริจาคเงินซื้อที่ดินและสร้างพระพุทธรูป ให้แก่รัฐบาลประเทศภูฏานให้ท่านไหว้ขอพรเพื่อเป็นศิริมงคล

นำท่านชม จุดชมวิวซังเกกัง (Sangaygang) จุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาเมืองทิมพู เพื่อเก็บภาพประทับใจ

               ชม National Memorial Chorten อนุสรณ์มหาสถานแด่กษัตริย์รัชกาลที่ 3 แห่งประเทศภูฏาน สร้างในปี ค.ศ.1974 มีผู้คนมากมายเดินทางมาแสวงบุญและสวดมนต์ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ

               ได้เวลาอันสมควร เดินทางกลับเข้าสู่ที่พัก

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร ของโรงแรมที่พัก

วันที่สอง     ทิมพู-พูนาคา

07:00        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08:00          พาท่านชม ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน ทุกท่านสามารถถ่ายรูปทำแสตมป์ที่ระลึก อีกทั้งสามารถเลือกซื้อดวงตราไปรษณียากรที่งดงามของภูฎาน มีให้เลือกหลายรูปแบบและราคา ทั้งรูปวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ รูปวัดและป้อมปราการที่เรียกว่าซอง (Dzong) รูปสัตว์ รูปดอกไม้ต่างๆ ซึ่งดวงตราไปรษณียกรของ      ภูฏานถือเป็นหนึ่งในของน่าซื้อที่ทุกท่านไม่ควรพลาด

             

จากนั้น       ชม สวนสัตว์แห่งชาติของประเทศภูฏาน (Takin Zoo) และชมสัตว์ประจำชาติทาคิน ที่มีรูปร่างลักษณะพิเศษผสมระหว่างแพะกับวัว มีแห่งเดียวในประเทศภูฏานเท่านั้น ซึ่งครั้งนึ่งประเทศสหรัฐอเมริกาเคยเจรจาของไปเลี้ยงแต่ได้รับการปฏิเสธจากรัฐบาลประเทศภูฏาน

ทาคิน เป็นสัตว์ในตำนานประวัติศาสตร์ของศาสนาพุทธ โดยเชื่อว่าท่านลามะ Drukpa Kunley เป็นผู้สร้างขึ้นจากซากโครงกระดูกของวัวและแพะที่ท่านได้ทานเป็นอาหารไปแล้วเมื่อท่านลามะ อิ่มก็ได้นำเอาหัวแพะไปต่อกับกระดูกวัวและดีดนิ้วหนึ่งที กองกระดูกก็กลับพลันมีชีวิตเป็น ตัวทาคิน วิ่งออกไปกินหญ้าในทุ่งหญ้าและสืบพันธุ์มาจนถึงปัจจุบันนี้

นำทุกท่านชม หอสมุดแห่งชาติ ซึ่งทุกท่านจะได้ชมหนังสือภาพถ่ายของประเทศภูฏานที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวบรวมภาพถ่ายสถานที่ต่างๆในภูฏานทั้งหมด ซึ่งหากท่านใดสนใจสามารถซื้อเล่มย่อเป็นของที่ระลึกได้ ซึ่งทางหอสมุดจัดจำหน่ายในราคาย่อยเยา นอกจากนี้ท่านยังสามารถหาซื้อหนังสือเกี่ยวกับประเทศภูฏานอื่นๆได้อีกด้วย

               เดินทางสู่ เมืองพูนาคา (Punakha) พูนาคา เป็นเมืองหลวงเก่าของภูฏานจนถึงปี ค.ศ. 1955 ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปที่เมืองทิมพู ระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง) ระหว่างทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์ของทุ่งนาขั้นบันไดและดอกไม้ที่บานตลอดเส้นทางสวยงามเป็นอย่างมาก ผ่านชม ป้อมซิมโตคาซอง สร้างในปี ค.ศ.1629 ป้อมแห่งนี้มีชัยภูมิที่ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งเมืองทิมพู ถือเป็นป้อมปราการแห่งแรกที่ท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล สร้างขึ้น เมืองพูนาคาอยู่ระดับความสูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้เมืองพูนาคามีอากาศอบอุ่นกว่าเมืองพาโรและเมืองทิมพู

               นำท่านแวะชม โดชูลาพาส ชมความงามของ เจดีย์ดรุกวังเยลลาคัง (Druk Wangyal Stupa)      สถูปแห่งชัยชนะ ชม 108 สถูป อนุสรณ์สถานที่มีต่อกองกำลังกลุ่มหัวรุนแรงที่ยึดพื้นที่ทางภาคใต้ของภูฏาน ตั้งอยู่บนระดับความสูง 3,150 เมตร จากระดับน้ำทะเล พร้อมดื่มด่ำธรรมชาติทิวทัศน์ของภูเขาหิมาลัยด้านตะวันตกอันตระการตา และยอดเขาต่างๆเรียงรายกัน รวมไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุดอย่าง         จูโมฮารี ซึ่งมีความสูงถึง 7,328 เมตร

11:30          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร

จากนั้น       นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองพูนาคา ถึงพูนาคา นำท่านชม พูนาคาซอง (Punakha Dzong)

               ป้อมปราการประจำเมืองพูนาคา สร้างขึ้นในปี 1637 โดยฉับดรุง งาวังนัมเกล ซึ่งได้รับการ ขนานนามว่าเป็น พระราชวังแห่งความสุขอันยิ่งใหญ่ “Palace of Great Happiness” และเป็นหนึ่งในป้อมปราการที่สวยงามที่สุดในภูฏาน เป็นป้อมที่สร้างเป็นอันดับสองของภูฏาน

ในอดีตเมื่อครั้งเมืองพูนาคายัง เป็นเมืองหลวง ป้อมแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาล ปัจจุบันเป็นที่พักในฤดูหนาวของพระชั้นผู้ใหญ่ ป้อมนี้ตั้งอยู่ ณ บริเวณที่แม่น้ำ Pho chu และ แม่น้ำ Mo chu ไหลมาบรรจบกัน อีกทั้งเป็นสถานที่ท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล มรณภาพที่นี่ และปัจจุบันก็ได้เก็บรักษาร่างของท่านอยู่ภายใน ท่านจะได้เห็น ลามะ (พระสงฆ์) จำนวนมากที่กำลังศึกษาพระธรรมและสวดมนต์

19:00        เข้าที่พัก ณ Hotel VARA

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร ของโรงแรมที่พัก

วันที่สาม   พูนาคา – พาโร

07:00        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08:00          นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองทิมพู ตามเส้นทางเดิม ชมทัศนียภาพสองข้างทางและเทือกเขาหิมาลัยที่มีความสวยงาม ที่จะเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้มาเยือนภูฏาน

11:30        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร

นำท่านเดินขึ้นเนินไปชม วัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang) ใช้เวลาเดินประมาณครึ่งชั่วโมง วัดที่อยู่บนยอดเนินกลางหุบเขา สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1499 โดยลามะที่มีชื่อเสียงมาก นามว่าท่าน Lama Drukpa Kunley ที่วัดแห่งนี้ชาวบ้านเชื่อกันว่าหากใครมาอธิษฐานขอบุตรก็จะได้สมใจ

นำทุกท่านชม โรงเรียนสอนงานศิลปะ (School of Art & Craft) ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริที่ต้องการอนุรักษ์และสืบทอดศิลปะของภูฏานทั้ง 13 แขนง โดยหลักสูตรจะแบ่งเป็นตั้ง 2 -6 ปี

ที่โรงเรียนแห่งนี้ ทุกท่านจะได้เห็นนักเรียนกำลังวาดรูป ทอผ้า ตัดเย็บ แกะสลัก และทำงานปั้นต่างๆอย่างขมักเขม้น รวมไปถึงทุกท่านยังสามารถสนับสนุนกิจการของนักเรียนได้โดยการซื้อสินค้าหัตถกรรมจากฝีมือนักเรียนที่ร้านขายของที่ระลึกภายในโรงเรียนอีกด้วย

จากนั้น         เดินทางต่อสู่เมืองพาโร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

               นำท่านสู่ วัดคิชู ลาคัง หนึ่งในวัดที่เก่าแก่ในประเทศภูฏาน สมัยศตวรรษที่ 7 วัดนี้เป็นวัดที่มีความเชื่อว่าสร้างไว้เพื่อตรึงเท้าซ้ายของนางยักษ์ตนหนึ่งที่นอนทอดร่างปิดทับประเทศทิเบตและเทือกเขาหิมาลัยไว้

19:00        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

20:00          เข้าที่พัก ณ Hotel Bhutan Metta Resort and Spa

วันที่สี่         พาโร – “ทักซัง” วัดถ้ำพยัครเหิร

07:00        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08:00        ออกเดินทางสู่ วัดถ้ำพยัคฆ์เหิร “ทักซัง (Taktsang) เป็นมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ที่องค์กูรู        ปัทมสัมภวะได้เดินทางมาบำเพ็ญภาวนาและเจริญสมาธิอยู่ในถ้ำบนชะง่อนเขา ตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 และท่านก็ยังเป็นผู้นำเอาศาสนาพุทธเข้ามาเผยแผ่ยังดินแดนแห่งนี้ ตามความเชื่อของชาวภูฏาน กล่าวว่าท่านได้เหาะมาบนหลังเสือตัวเมียมายังหน้าผาแห่งนี้เพื่อทำวิปัสนากรรมฐาน จึงได้ชื่อว่า ถ้ำเสือ    (Tiger Nest) หลังจากที่สำเร็จสมาธิแล้ว ท่านจึงได้สร้างศาสนสถานแห่งนี้ขึ้น ชาวภูฏานมีความเชื่อว่าครั้งหนึ่งในชีวิต จะต้องได้ขึ้นมาแสวงบุญ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเจริญก้าวหน้าของชีวิต การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ รถจะสามารถขึ้นได้แค่เนินเขาเท่านั้น ทุกท่านสามารถเลือกเดินทางได้ 2 แบบ คือ เดินเท้า หรือ ขี่ม้า เท่านั้น

(รบกวนแจ้งบริษัทฯล่วงหน้าเพื่อทำการจองม้าให้ท่าน)

การขึ้นไปยังวัด เส้นทางเป็นเนินเขาและมีหน้าผาสูงชันราว 3,000 เมตรจากด้านล่าง แนะนำนักท่องเที่ยวค่อยๆ เดินขึ้นไปช้าๆ ราว 2 ชม. จะถึงจุกพักครึ่งทาง พักดื่มน้ำชา กาแฟ จากนั้นเดินทางต่ออีกราว 1 ชม.ก็จะถึงสุดทางดินลูกรังสุดท้าย จากนั้นเส้นทางจะเปลี่ยนเป็นบันไดขึ้นลง 700 ขั้น สู่ยัง วัดทักซัง ด้านใน นำทุกท่านสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และ ชมความงามของธรรมชาติที่สรรค์สร้างอย่างวิจิตรลงตัว

11:30          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร ระหว่างทางขึ้นวัดทักซัง

จากนั้น       นำทุกท่านเดินเท้าลงจากเขา

(ไม่สามารถอนุญาติให้นั่งม้าลงมาด้านล่างได้ เนื่องจาก อันตรายเป็นอย่างมากต่อตัวผู้เดินทาง)

19:00        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

20:00          เข้าที่พัก ณ Hotel Bhutan Metta Resort and Spa

วันที่ห้า       พาโร – กรุงเทพ

07:00        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08:00          พักผ่อนตามอัธยาศัย

               เพลิดเพลินกับ การช้อบปิ้ง ณ พาโร สตรีท ซื้อของฝากของที่ระลึก ตามอัธยาศัย

09:00          ออกเดินทางสู่ สนามบินพาโร

11:05          ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินภูฎาน แอร์ไลน์ เที่ยวบิน B3706

                   เแวะรับ-ส่งผู้โดยสารที่เมืองกัลกัตตาประเทศอินเดียประมาณ 45 นาที **** ไม่ต้องลงจากเครื่อง ****

                   เดินทางต่อสู่กรุงเทพฯ

17:00        เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ “พร้อมความประทับใจ ”

**ไม่แจกกระเป๋า**


ค่าบริการขั้นต่ำ16ท่าน ท่านละ (บาท)

เดือนพ.ค.-มิ.ย.
เดือนก.ค.-ส.ค.

ผู้ใหญ่ (ห้องละ 2 ท่าน)

55,900

54,900

พระภิกษุ (ห้องละ 2 ท่าน)

54,900

53,900

พักเดี่ยวเพิ่ม

10,900

10,900


อัตรานี้รวม       R  ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ  กรุงเทพฯ–พาโร // พาโร-กรุงเทพฯ โดยสายการบินภูฎาน แอร์ไลน์

                               (ชั้นทัศนาจร-รับผิดชอบสัมภาระไม่เกิน 20 ก.ก.)

                        þ  ค่าที่พักตามรายการ                      þ ค่าทิปขนกระเป๋า

                        þ ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ พร้อมอาหารเสริมและของว่างระหว่างการเดินทาง

   þ รถปรับอากาศรับ–ส่งระหว่างสนามบินและโรงแรมและท่องเที่ยวตามรายการ

                        þ ค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน         þ ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ

                        þ หัวหน้าทัวร์อำนวยความสะดวกจากบริษัท

                        þ ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศภูฏาน

                        þ ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละ 1,000,000 บาท

                            (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด)

อัตรานี้ไม่รวม ý ค่าทิปสินน้ำใจให้คนขับรถ เด็กรถ และไกด์ท้องถิ่นในภูฎานและไกด์ไทย วันละ 7 $USD

                                ý ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น โทรศัพท์,โทรสาร,ซักรีด,มินิบาร์,อาหารและเครื่องดื่มนอกเหนือรายการ

                                ý ค่าหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)          ý ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ý ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3-5%

                                ý ค่าธรรมเนียมกระเป๋าเดินทางที่น้ำหนักเกิน 20 กก.

หลักฐานการเดินทางและเอกสารวีซ่า ส่งมอบเอกสารให้บริษัทอย่างช้า 20 วันทำการ (ก่อนเดินทาง)

1. หนังสือเดินทางอายุการใช้งานเหลือมากกว่า 6 เดือน นับจากวันที่จะออกเดินทาง

(กรุณาถอดปกพาสปอร์ตของท่านก่อนจัดส่งเล่มพาสปอร์ตให้กับทางบริษัท)

2. สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด

3. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด

4. รูปถ่ายสี ขนาด 2 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ

เงื่อนไขการชำระเงิน

  • Ø  มัดจำในวันจองท่านละ 20,000 บาท ในวันจอง
  • Ø ที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนการเดินทาง

ติดต่อร่วมเดินทาง  ธรรมจารี ทัวร์  0 2591 1060  เสาวลักษณ์ (ปุ๊)089 5401659

                             บำนาญ (ต่อง)085 2255051   อัจฉราพรรณ (เปิ้ล)081 9781022

หมายเหตุ   บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทาง หรือเปลี่ยนแปลงรายการส่วนหนึ่งส่วนใดตามความจำเป็นอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย เช่น จากสายการบิน การยืนยันที่พัก เหตุการณ์ทางการเมือง สภาพอากาศเป็นต้น

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/548

การยกเลิกการจองทัวร์ (Cancellation Charge)

ยกเลิกการเดินทางไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนเดินทาง บริษัทฯจะคืนเงินมัดจำให้ทั้งหมด

ยกเลิกการเดินทางก่อน 59-45 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 20,000 บาท

ยกเลิกการเดินทางก่อน 44-30 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 50 % ของราคาทัวร์

ยกเลิกการเดินทางก่อน 29-15 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 80 % ของราคาทัวร์

ยกเลิกการเดินทางก่อน 14-7 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 90 % ของราคาทัวร์

ยกเลิกการเดินทางก่อน 1 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 100 % ของราคาทัวร์

หากท่านยกเลิกการเดินทางในเงื่อนไขใด เงื่อนไขหนึ่ง แต่ท่านสามารถหาผู้เดินทางมาแทนได้ โดยสามารถยื่นขอวีซ่าได้ทันตามกำหนดเวลา ทางบริษัทฯ จะคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มคือค่าวีซ่า และค่าเปลี่ยนชื่อตั๋วเท่านั้น และต้องไม่อยู่ในเงื่อนไขของตั๋วที่ NON-CHANGE NAME & NON-REFUND

4หากท่านยกเลิกการเดินทาง อันเนื่องมาจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งในคณะของท่านไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติวีซ่า ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามอันเป็นการพิจารณาของสถานทูต  ซึ่งการยกเลิกเฉพาะบุคคลหรือยกเลิกพร้อมกันทั้งหมด ให้ถือเป็นการยกเลิกตามเงื่อนไขของวันเวลาที่ยกเลิกดังกล่าวข้างต้น ในกรณีที่ท่านไม่แน่ใจว่าจะได้รับการพิจารณาอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต ทางบริษัทขอแนะนำให้ท่านยื่นขอวีซ่าแบบเดี่ยว ซึ่งจะรู้ผลเร็วกว่าการยื่นขอวีซ่าแบบกรุ๊ป

ตั๋วเครื่องบิน(Air Ticket) ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกัน หากต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ปเป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนดซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณียกเลิกการเดินทางถ้าได้ดำเนินการออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้นและหากท่านไม่แน่ใจในวันเดินทางดังกล่าว กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ฯเพื่อยืนยันในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำREFUNDได้หรือไม่ก่อนที่ท่านจะชำระเงินค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ

สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ (Porter)

-  ค่าทัวร์ได้รวมค่าขนสัมภาระสำหรับเข้าและออกจากโรงแรม ท่านละ  1 ใบ ทุกโรงแรม

-   สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้บรรทุกใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด (Economy Class Passenger ขึ้นอยู่กับสายการยิน) การเรียกค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้

-   สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม และมีความกว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน 115 เซนติเมตร หรือ 25 เซนติเมตร (9.75 นิ้ว) X 56 เซนติเมตร (21.5 นิ้ว) X 46 เซนติเมตร (18 นิ้ว)

-   ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องมีบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกิน ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นบนพาหนะการเดินทาง

-   บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในความรับผิดชอบต่อกรณีเกิดการสูญเสีย, สูญหายของกระเป๋า และสัมภาระของผู้โดยสาร อันเกิดจากสายการบิน ทางสายการบินผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎของกรมการบินพาณิชย์

ระหว่างการเดินทางหากท่านไม่ได้ท่องเที่ยวพร้อมคณะหรือถอนตัวออกจากคณะถือว่าสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องเงินหรือส่วนบริการที่ขาดไปได้

หากท่านถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นๆปฏิเสธการเข้า-ออกเมืองถือเป็นเหตุผลทางการเมืองและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประเทศนั้นๆ ซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจและความรับผิดชอบของทางบริษัทฯ จึงขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงินไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด

บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น การยกเลิกหรือล่าช้าของสายการบิน / ภัยธรรมชาติ / การจลาจล / เหตุการณ์ทางการเมืองและของสูญหายตามสถานที่ต่างๆซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ

-       กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตฯ เรื่องวีซ่าของท่าน เพื่อให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานทูตฯ เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศ จะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ

หลังจากการจองและชำระเงินมัดจำแล้ว บริษัทฯถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ

view