สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

INDIA 03 อินเดีย ดินแดนแห่งความมหัศจรรย์งดงามไร้กาลเวลา เยือนหุบเขาสวรรค์ ใต้ขอบหลังคาโลก ดินแดนแห่งบุบผา หิมาลัย ....“แคชเมียร์” วันที่ 4-10 เมษายน กำหนดการเดินทางวันที่ 8-14 กรกฎาคม 2561

INDIA 03 อินเดีย ดินแดนแห่งความมหัศจรรย์งดงามไร้กาลเวลา เยือนหุบเขาสวรรค์ ใต้ขอบหลังคาโลก ดินแดนแห่งบุบผา หิมาลัย ....“แคชเมียร์” วันที่ 4-10 เมษายน กำหนดการเดินทางวันที่  8-14 กรกฎาคม 2561
อินเดีย ดินแดนแห่งความหลากหลาย
ดินแดนแห่งความมหัศจรรย์งดงามไร้กาลเวลา

เยือนหุบเขาสวรรค์ ใต้ขอบหลังคาโลก ดินแดนแห่งบุบผา หิมาลัย ....“แคชเมียร์

เดลลี-อัคระ-ศรีนาคา-โซนามาร์ค-กุลมาร์ค-พาฮาลแกม

 

แคชเมียร์ “ศรีนาคา” สวิสเซอร์แลนด์ แดนภารตะ สวรรค์บนดินของนักเดินทาง

อัคระ      เมืองแห่งจักรพรรดิ ชม ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรักอันลือเลื่อง และความยิ่งใหญ่ของป้อมแดงแห่งอัคระ

เดลลี      เมืองแห่งอมตะ เต็มไปด้วยป้อมปราการ ท่ามกลางบ้านเรือนและตึกสูงตระหง่านระฟ้า เมืองแห่งศูนย์กลางการปกครองที่มีการวางผังเมืองอย่างดี

กำหนดการเดินทางวันที่  8-14 กรกฎาคม 2561

วันแรก        กรุงเทพฯ(สนามบินสุวรรณภูมิ)                                                วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม 2561

23.50           พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ เคาน์เตอร์เช็คอินระหว่างประเทศ โดยสายการบิน  SPICEJET ประตูทางเข้าที่ 3 เช็คสัมภาระและรับบัตรที่นั่งโดยสารก่อนขึ้นเครื่อง

การเตรียมตัวก่อนขึ้นเครื่อง ตามนโยบายการรักษาความปลอดภัยของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารนำสัมภาระใส่กระเป๋าติดตัวถือขึ้นเครื่องบิน อาทิ มีด สนับมือ วัตถุแหลมคมทุกชนิด วัตถุไวไฟ ไม้ขีดไฟ และสิ่งคล้ายอาวุธทุกชนิด รวมถึงของเหลวทุกชนิดในบรรจุภัณฑ์ ขนาดเกิน 100 มล. เจล สเปรย์ ยาสีฟัน น้ำหอม แชมพูสระผม รวมถึงอาหารเหลว หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะถูกยึดไว้ที่สนามบิน โดยไม่มีข้อต่อรอง และไม่อนุญาต ให้นำที่ชาร์ตแบตสำรอง (POWER BANK) โหลดใส่ใต้ท้องเครื่องเด็ดขาด ยกเว้นนำติดตัวขึ้นเครื่องเท่านั้น

หมายเหตุ    สำหรับผู้ที่เดินทางโดยชั้นประหยัดสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องได้ ท่านละไม่เกิน 20 กิโลกรัมเท่านั้น และกระเป๋าลากถือติดตัวขึ้นเครื่องใบละไม่เกิน 7 กิโลกรัม สำหรับสัมภาระที่เกินจากนี้ทางสายการบินคิดกิโลกรัมละ 425 บาท

 

วันที่สอง      กรุงเทพฯ – เดลลี                                                                     วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม 2561

03:50           ออกเดินทางสู่เดลลี โดยสายการบิน SPICEJET เที่ยวบินที่ SG88

þ þ þ þ þ เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง þ þ þ þ þ

06:25       เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย หลังนำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านรับสัมภาระและเดินทางเข้าสู่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศเพื่อต่อรอเครื่องสู่เมืองศรีนาคา

 

08:30         ทำท่านเช็คอิน เพื่อเดินทางสู่เมืองศรีนาคา

เช้า          รับประทานอาหารเช้าแบบปิกนิคที่สนามบิน

10:10       ออกเดินทางสู่ “ศรีนาคา” เมืองหลวงของแคว้นจามมูและแคชเมียร์ โดยสายการบิน SPICEJET เที่ยวบินที่ SG 937 (ใช้เวลาบินประมาณ 1.40 ชั่วโมง)

หมายเหตุ    ชั้นประหยัดสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องได้ ท่านละไม่เกิน 20 กิโลกรัมเท่านั้น และกระเป๋าลากถือติดตัวขึ้นเครื่องใบละไม่เกิน 7 กิโลกรัม สำหรับสัมภาระที่เกินจากนี้ทางสายการบินคิดกิโลกรัมละ 425 บาท

12.45            เดินทางถึงสนามบินศรีนาคา ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาแคชเมียร์ เมืองศรีนาคาเป็นเมืองแห่งทะเลสาบ เป็นที่หมายของนักท่องเที่ยวผู้รักธรรมชาติที่มาเยือนจากทั่วโลกมาเป็นศตวรรษ ตั้งอยู่ ณ ใจกลางของหุบเขาแคชเมียร์ที่ระดับความสูง 1,730 เมตร มีทิวทัศน์สวยงามยิ่งสามารถเยี่ยมชมได้ทั้งปี และเป็นเมืองหลวงฤดูร้อนแห่งแคว้นจัมมู-แคชเมียร์ ได้เชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งทะเลสาบ สายน้ำ สวนดอกไม้และงานศิลปะ ด้วยความงดงามของหุบเขาแคชเมียร์นี้เอง ในศตวรรษที่ 17 จักรพรรดิซาฮังคีร์และ     พระนางนูรชาฮาน (พระบิดาและพระมารดาของพระเจ้าซาร์จาฮานผู้ทัชมาฮาล) ได้เสร็จมาจากเมืองอัครา เพื่อมาเยือนดินแดนในแถบนี้และทรงโปรดปรานทิวทัศน์แห่งหุบเขาแคชเมียร์มาก จนมีพระบัญชาให้สร้างสวนดอกไม้และบ่อน้ำพุร้อนขึ้นหลายแห่ง เพื่อเป็นที่ประทับพักผ่อนในฤดูร้อน

นำท่านเดินทางโดยรถจิ๊บ(คันละ4ท่าน)

เดินทางสู่ภัตตาคารรับประทานอาหารกลางวัน

จากนั้น        เดินทางต่อสู่ หุบเขาแกะ หรือ เมืองพาลฮาลแกม (Palhagam) ป็นสถานที่ ที่มีชื่อเสียงที่สุดของอุตสาหกรรมภาพยนต์ของอินเดีย ระหว่างสองข้างทางท่านจะผ่านพบวิถีชีวิตของชาวแคชเมียร์ที่หลากหลาย เช่น หมู่บ้านที่ทำครกหิน หมู่บ้านที่ทำไม้แบตสำหรับกีฬาคริกเก็ต ที่เราจะพบเห็นชาวแคชเมียร์เล่นกีฬาประเภทนี้ได้ตามสนามทั่วไปไม้แบตนี้ทำมาจากต้นหลิ (WillowTree) ซิ่งพบได้ทั่วไปทั้งในและนอกเมืองแต่จะพบเห็นได้มากระหว่างทางสู่เมืองพาฮาลแกม แวะถ่ายรูปกับทุ่งมัสตาร์ดที่อยู่สองข้างทาง ให้ท่านได้เดินชมหุบเขา มีสายน้ำที่ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำริดเด้อ

              ถึง พาลฮาลแกม ชมความงามของธรรมชาติ ให้ท่านได้เดินชมหุบเขา มีสายน้ำที่ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำริดเด้อ ที่พาลฮาแกม ท่านสามารถขี่ม้าแคระ(มีคนจูง) ป่าสนขนาดใหญ่และหมู่บ้านที่มีวิถีชีวิตแบบพื้นบ้านของชาวแคชเมียร์ เส้นทางขี่ม้าอาจแตกต่างกันไปตามฤดูกาล บางช่วงอาจเป็นเส้นทางใต่เขาสูงชัน สำหรับท่านที่กลัวความสูงโปรดพิจารณาก่อนตัดสินใจ การขี่ม้าจะใช้เวลาไป-กลับประมาณ 1-2 ชั่วโมง(ค่าขี่ม้าไม่รวมในค่าทัวร์)

จากนั้น      เข้าที่พัก พัก ณ โรงแรม  Green Kolahoi ,Pahalgam

ค่ำ           ถวายน้ำปานะ / รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

วันที่สาม     พาฮาลแกม – กุลมาร์ค – ศรีนาคา                                         วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม 2561

07:00         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก

08.00            เดินทางสู่ กุลมาร์ค เป็นภูเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในแคชเมียร์ เดิมเรียกเการิมาร์ค ตั้งโดยสุลต่าน ยูซุปชาร์ ในศตวรรษที่ 16 เนื่องจากที่นี่เป็นทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าตามฤดูกาล

              และในปัจจุบันยังเป็นสถานที่ตั้งของสนามกอล์ฟ 18 หลุมที่สูงที่สุดในโลก (3,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล) และมีสถานที่เล่นสกีในฤดูหนาวด้วย ตลอดเส้นทางสู่กุลมาร์คจะผ่านทุ่งนาข้าว หมู่บ้านชาวพื้นเมือง ฝูงแกะตามภูเขา และเทือกเขาสลับซับซ้อนสวยงาม

11:00         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร

จากนั้น        นำท่านขึ้น เคเบิลคาร์ กอนโดลา ชมวิวที่สวยงามดุจสวรรค์ จนถึงยอดเขากุลมาร์ก ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับทิวทัศน์ภูเขาที่มียอดปกคลุมด้วยหิมะที่สวยงามในทุกทิศทางของกุลมาร์ก เพลิดเพลินกับกิจกรรมฤดูหนาว เช่นเล่นสกี เล่นเลื่อน ราคาประมาณ 10 เหรียญดอลล่าสหรัฐ ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับทิวทัศน์ภูเขาหิมะที่สวยงามในทุกทิศทางของกุลมาร์ก (เคเบิลคาร์เฟสที่ 1 รวมในค่าทัวร์ )

14:30          นำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ศรีนาคาร์ นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือทะเลสาบดาล เพื่อนั่งเรือชิคาร่าเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรมลอยน้ำ ริมทะเลสาบดาล ( Deluxe Houseboats )

นำท่านล่องเรือสิคารา(เรือพายแบบแคชเมียร์) ในทะเลสาบดาล ชมสวนผักลอยน้ำ วิถีชีวิตชาวบ้านที่น่ารักริมน้ำภูเขาที่สวยงามล้อมรอบทะเลสาบ นกนานาชนิด ดอกไม้น้ำทะเลสาบใสสวยงาม

รับประทานอาหารค่ำ และพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สี่          ศรีนาคา – โซนามาร์ค – ศรีนาคา                                                  วันพุธที่ 11 กรกฎาคม 2561

07:00         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก

08:00       นำท่านเดินทางสู่ โซนามาร์ค เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางที่มีทิวทัศน์สวยตลอดเส้นทางจึงเป็นเส้นทางที่ให้ขับรถไป ถ่ายรูปไป ตลอดทั้งเส้น ผ่านชมป่าวอลนัตใหญ่ที่ปลูกเรียงรายตลอดสองข้างทาง และภูเขาหิมะที่ใหญ่โตและมีรูปทรงแปลกตาตลอดสองข้างทาง

11:30       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ท่ามกลางวิวภูเขาหิมะที่กว้างไกล

หลังอาหาร  นำท่าน ชมธรรมชาติของกลาเซีย อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ท่านสามารถขี่ม้าชมความงามของหุบเขา  โซนามาร์ค (โปรดสอบถามรายละเอียดจากมัคคุเทศก์ ค่าขี่ม้าไม่รวมในค่าทัวร์ )

15:00       นำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ศรีนาคาให้ท่านได้แวะถ่ายรูปที่สวยงามตลอดสองข้างทาง

จากนั้น       ชม สวนชาลิมาร์ ที่สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์โมกุลในเมืองศรีนาคา แคชเมียร์เป็นแคว้นที่มีชื่อเสียงในการจัดสวนตามแบบสมัยของราชวงศ์โมกุล เนื่องจากภูมิอากาศเย็นเหมาะสมในการเจริญเติบโตของต้นไม้ดอกไม้ จึงกลายเป็นที่ประทับพักผ่อนของกษัตริย์ราชวงศ์โมกุลในอดีต สวนชาลิมาร์แห่งนี้เป็นสวนแห่งความรักสร้างโดยจักรพรรดิ์ชาฮังคีร์

นำชม สวนนิชาน เป็นสวนที่ใหญ่ที่สุด มีต้นเมเปิ้ลอายุกว่า 400 ปี ต้นป๊อปลาร์ ต้นทิวลิป และดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล ผ่านชมตัวเมืองศรีนาคา ในส่วนสำคัญอื่นๆ ชม จามามัสยิด ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนและเนปาลผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ชมเสาไม้จากต้นซีดาล กว่า 300 ต้น

                  ผ่านชม มัสยิด ชาห์ ฮัมเดน ในย่านเมืองเก่า เป็นศิลปะชิ้นเอกของเมืองศรีนาคา เนื่องจากรูปแบบสถาปัตยกรรมจะมีโครงสร้างเป็นไม้แกะสลัก,รูปทรงเรขาคณิต หลังคาเป็นทรงเจดีย์ แทนที่จะเป็นทรงโดมเหมือนกับมัสยิดอื่นๆ ของชาวมุสลิมทั่วไป มัสยิดแห่งนี้จึงจัดเป็นมัสยิดที่ได้รับอิทธิพลของหลายศาสนารวมกัน  คือศาสนาพุทธ ฮินดู และอิสลาม

เข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรมลอยน้ำ (Deluxe Boat House) รับประทานอาหารค่ำ และพักผ่อนตามอัธยาศัย

 

วันที่ห้า        ศรีนาคา – เดลลี                                                                 วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม 2561

06:00          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก

               พักผ่อนตามอัธยาศัย / รับประทานอาหารกลางวัน

10:00          ออกเดินทางสู่สนามบินศรีนาคา

13:10          เหิรฟ้าสู่เมืองเดลี โดยสายการบิน SPICEJET เที่ยวบินที่ SG 144

หมายเหตุ    นโยบายสายการบิน Spicejet ชั้นประหยัดเส้นทางศรีนาคา-เดลลี ไม่อนุญาตให้ถือกระเป๋าลากติดตัวขึ้นเครื่อง และสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องได้ท่านละไม่เกิน 22 กิโลกรัมจำนวน ชิ้น สำหรับสัมภาระที่เกินจากนี้ทางสายการบินคิดกิโลกรัมละ 425 บาท

16:50             ถึง สนามบินภายในประเทศ อินทิรา คานที กรุงเดลลี เมืองหลวงของอินเดีย

บริการจากทางบริษัทฯ จัดรถปรับอากาศรับท่าน นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง

19:00        ถวายน้ำปานะ / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้น       นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ Hotel Radisson Blue หรือเทียบเท่า

 

วันที่หก       เดลลี-กรุงเทพฯ                                                                  วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม 2561

07:00          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก

08:00          นำท่านสู่ ย่านราชปติภาวัน ชมการวางผังเมืองที่ทันสมัยและสวยงามตามแบบวัฒนธรรมอังกฤษ ซึ่งรับวัฒนธรรมของอังกฤษเอาไว้มาก ผ่านชม ทำเนียบประธานาธิบดี ที่ก่อสร้างด้วยหินทรายแดงรูปร่างทรงกลมสไตล์กรีกโบราณ ศิลปะผสมกลมกลืนระหว่าง ศิลปะอินเดีย ศิลปะโมกุล และศิลปะตะวันตกชม ประตูเมืองอินเดีย (Indian Gate) ประตูชัยที่สร้างขึ้นเลียนแบบประตูชัยของปารีส เพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่1

10.00        นำท่านสู่พุทธสถาน ที่แสดงมหาสติปัฏฐานสูตร กุรุรัฐ ณ นครเดลี ปัจจุบัน พุทธสถานกัมมาสธัมมะนิคมแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเขตไกรลาศตะวันออกกรุงนิวเดลี (Greater Kailas) เป็นสถานที่ซึ่งปรากฏหลักฐานว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จฯมา เพื่อทรงแสดงธรรมมหาสติปัฏฐานสูตร ในนครอินทรปัตถ์ให้แก่ชาวกุรุ ณ เมืองที่เรียกว่า “กัมมาสธัมมะนิคม” ตรงจุดที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมเทศนา ปัจจุบันเป็นกองหินสีแดงขนาดย่อม และมีแผ่นหินก้อนหนึ่งบริเวณยอกกองหินซึ่งมีข้อความจารึกด้วยอักษรพรหมมี(พรม-มี) เชื่อกันว่าพระเจ้าอโศกเป็นผู้จารึกไว้เพื่อแสดงเป็นหลักฐานให้ทราบว่าเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดง พระสูตรดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นพระสูตรที่สูงสุดในพระพุทธศาสนา ว่าด้วยการเจริญกายานุปัสสนา เวทนานุปัสสนา จิตตานุปัสสนา และธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐานอันเป็นการเจริญภาวนาที่นำไปสู่ความพ้นทุกข์ได้อย่างถูกทาง

11:30        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

13:00         เดินทางสู่ อักชาร์ดัม (Akshardham) คือหนึ่งในวัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นี่สะท้อนให้เห็นสถาปัตยกรรมและขนบธรรมเนียมของอินเดีย ทั้งยังให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนเกี่ยวกับมรดกและความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณของชาวฮินดู “Akshardham” หมายถึงที่อยู่ของเทพเจ้าสูงสุด  และบริษัทกินเนสมอบใบประกาศนียบัตรให้เป็นวัดฮินดูใหญ่ที่สุดในโลก เพราะมีบริเวณกว้างมากถึง 86,342 ตารางฟุต สร้างด้วยหินทรายสีชมพู แกะสลักและปูพื้นด้วยหินอ่อน มียอดโดมเป็นหินทรายชมพูแกะสลักตัวโดมสูง 72 ฟุต มีเสาโดม ล้อม 1,160 ต้น รอบโดมแกะเป็นเศียรคชสารจำนวน 148 เศียร ด้านในบรรจุ เทพเจ้าฮินดูแกะสลักกว่า 20,000 องค์ ใช้เวลาสร้าง 5 ปีเท่านั้น โดยท่านประมุข สวามี มหาราช เป็นผู้ออกแบบเพียงคนเดียว เป็นสถาปัตยกรรมฮินดูที่เก่าแก่ที่สุด ก่อสร้างโดยช่างอาสาสมัคร มีทั้งนักบวช ช่างศิลปะ รวมถึงนักแสวงบุญทุกคน

16:00         นำท่านเดินทางสู่ย่านช้อปปิ้ง ตลาดจันปาต ศูนย์รวมสินค้าจากทั่วทุกมุมเมืองจากประเทศอินเดีย อิสระให้ท่านเลือกซื้อของฝากจากอินเดีย ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร

17:00        ถวายน้ำปานะ / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

18:00             นำท่านเดินทางสู่สนามบินนานาชาติ อินทิรา คานธี เดลลี

21:05          ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน SPICEJET เที่ยวบินที่ SG87

 

วันที่เจ็ด      กรุงเทพฯ                                                                                วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม 2561

03:00        เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ค่าบริการ สำหรับผู้ร่วมเดินทางขั้นต่ำ 15 ท่าน

ท่านละ(บาท)

ผู้ใหญ่ (ห้องละ 2 ท่าน)

36,000

พระภิกษุ (ห้องละ 2 ท่าน)

35,000

พักเดี่ยวเพิ่ม

6,000


อัตรานี้รวม     R ตั๋วฯ Q ไป-กลับ  กรุงเทพฯ–เดลลี//ศรีนาคาร์-เดลลี//เดลลี-กรุงเทพฯ โดยสายการบิน แอร์อินเดีย

                          - ค่าที่พักตามรายการ                                           - ค่าทิปขนกระเป๋า

                          - ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ                               - ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศอินเดีย (E-VISA)

                          - ค่าทิปพนักงานโรงแรม ร้านอาหาร                         - ค่าขี่ม้า ค่าล่องเรือ

                          - ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ และค่าเคเบิ้ลคาร์ / กระเช้ากุลมาร์คเฟสหนึ่ง

                          - รถปรับอากาศรับ–ส่งระหว่างสนามบินและโรงแรมและท่องเที่ยวตามรายการ

                          - ค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน                               

                          - หัวหน้าทัวร์อำนวยความสะดวกจากบริษัท

                          - ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละ 1,000,000 บาท(ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด)

 

อัตรานี้ไม่รวม  - ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%                        -  ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3-5%      - ค่าหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)

 - ค่าทิปสินน้ำใจให้คนขับรถ เด็กรถ ไกด์ท้องถิ่นอินเดีย และไกด์ไทย  ท่านละ 7 USD $ / วัน

 -  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น โทรศัพท์,โทรสาร,ซักรีด,มินิบาร์,อาหารและเครื่องดื่มนอกเหนือรายการ

   - ค่าธรรมเนียมกระเป๋าเดินทางที่น้ำหนักเกินตามอัตราที่ทางสายการบินกำหนด 20 กก.

เงื่อนไขการชำระเงิน  >> มัดจำในวันจองท่านละ 20,000 บาท

                        >> ที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนเดินทาง 30 วัน

ติดต่อร่วมเดินทาง      ธรรมจารี ทัวร์   02 5911060

                                  เสาวลักษณ์ (ปุ๊) 089 5401659

                                   อัจฉราพรรณ (เปิ้ล) 081 9781022

หมายเหตุ   บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางหากจำนวนผู้เดินทางไม่ถึง 15 ท่านหรือเปลี่ยนแปลงรายการส่วนหนึ่งส่วนใดตามความจำเป็นอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย เช่น จากสายการบิน การยืนยันที่พัก เหตุการณ์ทางการเมือง สภาพอากาศเป็นต้น

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/548

เอกสารและเงื่อนไขในการทำวีซ่าอินเดีย

  1. หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งาน 6 เดือนขึ้นไป (นับจากวันที่เดินทาง)
  2. หนังสือเดินทางมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้าเต็ม สำหรับประทับตราเข้า-ออก
  3. รูปถ่ายหน้าตรงรูปสี (ที่ไม่ใช่รูปถ่ายเล่น/พื้นหลังสีขาวเท่านั้น) ขนาด 2 X 2 นิ้ว เท่านั้น  จำนวน 4 ใบ  **สำคัญมาก** (“ขนาดเดียวกันกับยื่นวีซ่าสถานฑูตอเมริกา) ต้องเห็นใบหน้าชัดเจน และห้ามยิ้มเห็นฟัน และต้องไม่ใช่สติ๊กเกอร์ หรือรูปพริ้นซ์จากคอมพิวเตอร์ (รูปใหม่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) หากท่านไม่ได้รับการพิจารณาวีซ่าเนื่องจากรูปถ่ายไม่ได้ขนาดตามที่สถานทูตกำหนด ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากราคาทัวร์
  4. สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด
  5. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
  6. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล 1 ชุด (หากมี)
  7. สำเนาหน้าวีซ่าที่เคยเดินทางไปประเทศอินเดีย 1 ชุด (หากมี) และถ้าวีซ่าอินเดีย(เก่า)อยู่ในหนังสือเดินทางเล่มเก่า ขอหน้าหนังสือเดินทางเล่มเก่าด้วย
  8. แจ้งที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้ พร้อมระบุรหัสไปรษณีย์ และหมายเลขโทรศัพท์บ้าน หรือมือถือ

หมายเหตุ       การให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้อง จะเป็นผลดีกับผู้สมัครขอวีซ่าเอง ทางบริษัทฯจำเป็นต้องขอข้อมูลมากมายและยุ่งยากข้างต้นเพื่อทำให้วีซ่าอนุมัติโดยง่ายและไม่เสียเวลา หรือเสี่ยงที่วีซ่าจะไม่อนุมัติ


การยกเลิกการจองทัวร์ (Cancellation Charge)

>>ยกเลิกการเดินทางไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนเดินทาง บริษัทฯจะคืนเงินมัดจำให้ทั้งหมด

>> ยกเลิกการเดินทางก่อน 59-45 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 20,000 บาท

>> ยกเลิกการเดินทางก่อน 44-30 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 50 % ของราคาทัวร์

>> ยกเลิกการเดินทางก่อน 29-15 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 80 % ของราคาทัวร์

>> ยกเลิกการเดินทางก่อน 14-7 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 90 % ของราคาทัวร์

>>ยกเลิกการเดินทางก่อน 1 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 100 % ของราคาทัวร์

>>หากท่านยกเลิกการเดินทางในเงื่อนไขใด เงื่อนไขหนึ่ง แต่ท่านสามารถหาผู้เดินทางมาแทนได้ โดยสามารถยื่นขอวีซ่าได้ทันตามกำหนดเวลา ทางบริษัทฯ จะคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มคือค่าวีซ่า และค่าเปลี่ยนชื่อตั๋วเท่านั้น และต้องไม่อยู่ในเงื่อนไขของตั๋วที่ NON-CHANGE NAME & NON-REFUND

>>หากท่านยกเลิกการเดินทาง อันเนื่องมาจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งในคณะของท่านไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติวีซ่า ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามอันเป็นการพิจารณาของสถานทูต  ซึ่งการยกเลิกเฉพาะบุคคลหรือยกเลิกพร้อมกันทั้งหมด ให้ถือเป็นการยกเลิกตามเงื่อนไขของวันเวลาที่ยกเลิกดังกล่าวข้างต้น ในกรณีที่ท่านไม่แน่ใจว่าจะได้รับการพิจารณาอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต ทางบริษัทขอแนะนำให้ท่านยื่นขอวีซ่าแบบเดี่ยว ซึ่งจะรู้ผลเร็วกว่าการยื่นขอวีซ่าแบบกรุ๊ป

>>ตั๋วเครื่องบิน(Air Ticket) ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกัน หากต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ปเป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนดซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณียกเลิกการเดินทางถ้าได้ดำเนินการออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้นและหากท่านไม่แน่ใจในวันเดินทางดังกล่าว กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ฯเพื่อยืนยันในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำREFUNDได้หรือไม่ก่อนที่ท่านจะชำระเงินค่าทัวร์ส่วนที่เหลื

>>สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ (Porter)

                       -   ค่าทัวร์ได้รวมค่าขนสัมภาระสำหรับเข้าและออกจากโรงแรม ท่านละ  1 ใบ ทุกโรงแรม

                      -   สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้บรรทุกใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด (Economy Class Passenger ขึ้นอยู่กับสายการยิน) การเรียกค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้

                      -   สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม และมีความกว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน 115 เซนติเมตร หรือ 25 เซนติเมตร (9.75 นิ้ว) X 56 เซนติเมตร (21.5 นิ้ว) X 46 เซนติเมตร (18 นิ้ว)

                      -   ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องมีบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกิน ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นบนพาหนะการเดินทาง

                      -   บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในความรับผิดชอบต่อกรณีเกิดการสูญเสีย, สูญหายของกระเป๋า และสัมภาระของผู้โดยสาร อันเกิดจากสายการบิน ทางสายการบินผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎของกรมการบินพาณิชย์

>>ระหว่างการเดินทางหากท่านไม่ได้ท่องเที่ยวพร้อมคณะหรือถอนตัวออกจากคณะถือว่าสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องเงินหรือส่วนบริการที่ขาดไปได้

>> หากท่านถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นๆปฏิเสธการเข้า-ออกเมืองถือเป็นเหตุผลทางการเมืองและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประเทศนั้นๆ ซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจและความรับผิดชอบของทางบริษัทฯ จึงขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงินไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด

>>บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น การยกเลิกหรือล่าช้าของสายการบิน / ภัยธรรมชาติ / การจลาจล / เหตุการณ์ทางการเมืองและของสูญหายตามสถานที่ต่างๆซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ

>> กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตฯ เรื่องวีซ่าของท่าน เพื่อให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานทูตฯ เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศ จะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ

หลังจากการจองและชำระเงินมัดจำแล้ว บริษัทฯถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ


view