สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

จาริกธรรม บำเพ็ญบุญ ตามรอยบาทพระศาสดา อินเดีย-เนปาล กำหนดการเดินทางวันที่  17-29 มกราคม 256114 – 26 กุมภาพันธ์ 2561

จาริกธรรม บำเพ็ญบุญ ตามรอยบาทพระศาสดา อินเดีย-เนปาล กำหนดการเดินทางวันที่  17-29 มกราคม 256114 – 26 กุมภาพันธ์ 2561

จาริกธรรม บำเพ็ญบุญ ตามรอยบาทพระศาสดา อินเดีย-เนปาล

ดั่งพุทธดำรัสของพระพุทธเจ้าที่ตรัสกับพระอานนท์ว่า

“ดูก่อนอานนท์ ชนเหล่าใดเที่ยวจาริกไปยังเจดีย์ 4 สถานที่เหล่านั้นแล้ว มีจิตเลื่อมใส

ชนเหล่านั้นทั้งหมดเบื้องหน้าแต่ตาย เพราะกายแตก จะเข้าถึงสุคติ โลกสวรรค์

โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ชำนาญการในดินแดนพุทธภูมิเป็นผู้บรรยายพุทธประวัติ

พร้อมการสวดมนต์และปฏิบัติจิตตภาวนา เพื่อบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดการเดินทาง

##################################################################

พุทธคยา                สถานที่แห่งการตรัสรู้ สถานที่ชุมนุมของนักปราชญ์ทั่วทุกมุมโลก

สารนาถ-พาราณสี    สถานที่แห่งการปฐมเทศนา

กุสินารา                 สถานที่แห่งการปรินิพพาน

ลุมพินีวัน               สถานที่แห่งการประสูติ

สาวัตถี                  สถานที่ที่พระพุทธเจ้าจำพรรษานานที่สุด

อัคระ               เมืองแห่งสิ่งมหัศจรรย์ของโลก“ทัชมาฮาล”อนุสรณ์สถานแห่งความรักและปราสาทแห่งความงาม

เดลลี                     มหานครของคนพันล้าน เมืองหลวงที่มีการวางผังเมืองอย่างดี

มุมไบ(บอมเบย์)  เมืองท่าแห่งอินเดียฝั่งตะวันตก ศูนย์กลางด้านการค้าพาณิชย์ของอินเดีย

ถ้ำอะชันต้า             “ถ้ำมรดกโลก” ชมความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมศรัทธาของมนุษย์ ศาสนสถานที่ขุดเจาะภูเขาแกะสลักหินสร้างเป็นพระพุทธรูป วิหารที่พักสงฆ์ และภาพพุทธประวัติที่ทรงคุณค่า

ถ้ำเอลโลร่า            “ถ้ำผสมสามศาสนา” ชมการแกะสลักหินเป็นรูปเคารพและประวัติศาสตร์ของสามศาสนา

ในประเทศอินเดีย “พุทธ เชน และฮินดู”

ถ้ำช้าง                    “ถ้ำเอเลเฟนต้า” เทวาลัยอันอลังการ สลักเสลาอย่างสวยงาม ขุดเจาะขึ้นในศตวรรษที่ 7 และ8 ชมประติมากรรมชิ้นเอก เทวรูป “มเหศวรมูรติ” หรือ “พระตรีมูรติ”

กำหนดการเดินทางวันที่ Ø 17-29 มกราคม 2561Ø14 – 26 กุมภาพันธ์ 2561


วันแรก     กรุงเทพฯQ เดลลี–Qปัตนะ - ราชคฤห์

06:00        พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ เคาน์เตอร์เช็คอินระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์  W

ประตูทางเข้าที่ 10 สายการบินแอร์อินเดีย (AIR INDIA) เช็คสัมภาระ ติดป้ายชื่อกระเป๋า  และแจกบัตร ที่นั่งโดยสารก่อนขึ้นเครื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวก

08:50          ออกเดินทางสู่ เมืองเดลลี โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI333

การเตรียมตัวก่อนขึ้นเครื่อง ตามนโยบายการรักษาความปลอดภัยของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารนำสัมภาระใส่กระเป๋าติดตัวถือขึ้นเครื่องบิน อาทิ มีด สนับมือ วัตถุแหลมคมทุกชนิด วัตถุไวไฟ ไม้ขีดไฟ และสิ่งคล้ายอาวุธทุกชนิด รวมถึงของเหลวทุกชนิดในบรรจุภัณฑ์ ขนาดเกิน 100 มล. เจล สเปรย์ ยาสีฟัน น้ำหอม แชมพูสระผม รวมถึงอาหารเหลว หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะถูกยึดไว้ที่สนามบิน โดยไม่มีข้อต่อรอง

หมายเหตุ    นโยบายของสายการบิน แอร์อินเดีย สำหรับผู้ที่เดินทางโดยชั้นประหยัดสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องได้ ท่านละไม่เกิน 30 กิโลกรัมเท่านั้น และกระเป๋าลากถือติดตัวขึ้นเครื่องใบละไม่เกิน 7 กิโลกรัม สำหรับสัมภาระที่เกินจากนี้ทางสายการบินคิดกิโลกรัมละ 425 บาท

 

### เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง ###

12:05          เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติ อินทิรา คานธี เมืองเดลลี หลังนำท่านผ่านพิธีการตรวจลงตรา และศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางสู่สนามบินภายในประเทศเมืองเดลลี เพื่อรอเปลี่ยนเครื่องสู่ปัตนะ

15:45          ออกเดินทางจากเมืองเดลลี สู่เมืองปัตนะ โดยสายการบินอินดิโก้ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 6E5192

(น้ำหนักกระเป๋า 15 กิโลกรัม)

17:15          เดินทางถึงสนามบินเมืองปัตนะ ประเทศอินเดีย หลังพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว ทางบริษัทฯจัดรถโค้ชปรับอากาศรับท่านที่สนามบิน เดินทางไปรับรับประทานอาหารเย็น ณ.ห้องอาหาร

จากนั้น       เดินทางต่อสู่เมืองราชคฤห์ ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 4-5 ชั่วโมง

22:00          นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม Rajgir Residency หรือเทียบเท่า (พัก 1 คืน)

วันที่สอง     ราชคฤห์-พุทธคยา

06:00          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

07:00        นำท่านเดินขึ้น เขาคิชฌกูฎ

การเดินขึ้นเขาคิชฌกูฏ ระยะทางโดยรวมประมาณ 750 เมตร ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที

ท่านที่เดินขึ้นไม่ไหว สามารถขึ้นได้โดยการนั่งเสลี่ยง โปรดแจ้งหัวหน้าทัวร์ล่วงหน้า (ค่าเสลี่ยงไม่รวมในค่าทัวร์)

ระหว่างทางเดินขึ้นเขา แวะชม ถ้ำพระมหาโมคลานะ ถ้ำสุกรขาตา ถึงยอดเขาคิชฌกูฎ ทำสมาธิภาวนา ณ พระคันธกุฎิ ได้เวลาสมควรลงจากยอดเขา แวะชม ชีวกัมพวัน ซากอารามของหมอชีวก

11:30          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรมราชคฤห์เรสสิเดนซ์

13:00          เดินทางสู่ วัดเวฬุวันมหาวิหาร อารามแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ที่พระเจ้าพิมพิสารได้มอบถวายแก่พระพุทธองค์ในพรรษาแรกหลังจากที่พระพุทธองค์ได้เสด็จไปโปรดพระองค์ที่ นครราชคฤห์ เจริญพระพุทธมนต์ เจริญสมาธิภาวนา ณ ลานอุโบสถ

จากนั้น เดินทางต่อสู่นาลันทา เข้าชม นาลันทาเก่า(โอลนาลันทา) ซากมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาที่เคยรุ่งเรืองโด่งดังมากที่สุดในโลก เมื่อราวพ.ศ.1700 ได้ถูกชาวมุสลิมรุกรานสังหาร พระนักศึกษา-คณาจารย์ จำนวนหมื่นและเผาทำลายเสียสิ้น ปัจจุบันเหลือไว้แต่ซากปรักหักพังปรากฏเป็นรูปฐาน และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นบ้านเกิดของ พระโมคคัลลานะพระสารีบุตร สักการะ “สถูปพระสารีบุตร” เจดีย์ที่บรรจุอัฐิธาตุของพระสารีบุตร สักการะ “หลวงพ่อดำ”พระพุทธรูปที่มีความสำคัญองค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่องค์ที่ไม่ถูกทำลาย ชาวบ้านเรียกว่าเตลิยบาบา หรือ          หลวงพ่อน้ำมัน ได้เวลาสมควรเดินทางกลับ แวะ

ชมบริเวณ คุกขังพระเจ้าพิมพิสาร และ รอยเกวียนโบราณ หลักฐานวัตถุที่เห็นเด่นชัดที่สุดของการสัญจรไปมาหรือการค้าขายในอดีตของเมืองราชคฤห์

19:00        นำท่านเข้าสู่ที่พัก พัก ณ โรงแรมพุทธคยา รีเจนซี่ หรือเทียบเท่า (พัก 1 คืน)

               รับประทานอาหารค่ำ ณ  ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

               หรือเดินทางไปไหว้ พระมหาเจดีย์พุทธคยา ปฎิบัติสมาธิ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ (ปิด 21.00น.)

วันที่สาม    พุทธคยา-พาราณสี

06:00          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

07:00          เข้าสู่บริเวณ เจดีย์พุทธคยา และ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคเจ้า สักการะ พระพุทธเมตตา ประดิษฐานภายในมหาเจดีย์พุทธคยา สักการะ พระแท่นวัชรอาสน์ ภายใต้ร่มพระศรีมหาโพธิ์อันศักดิ์สิทธิ์ในดินแดนถิ่นพุทธภูมิ

09:00          เดินทางสู่ บ้านนางสุชาดา ธิดากุฎุมพี แห่งตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ผู้ถวายข้าวมธุปายาส อันประณีตแด่พระมหาบรุษก่อนการตรัสรู้ ปัจจุบันเป็นโบราณสถานซากสถูปขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช อยู่ห่างจากฝั่งแม่น้ำเนรัญชราประมาณ 200 เมตร

ชม แม่น้ำเนรัญชรา สายน้ำที่พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานจิต ลอยถาดทองคำที่นางสุชาดาถวายพร้อมข้าวมธุปายาสก่อนวันที่จะตรัสรู้หนึ่งวัน

จากนั้น วัดชาวพุทธนานาชาติ ภายในบริเวณมณฑลพุทธคยา มีชาวพุทธจากนานาประเทศมาสร้างวัดตามสถาปัตยกรรมแห่งชาติของตนมากมาย เช่น “วัดภูฐาน วัดญี่ปุ่น วัดทิเบต”

               นำท่านเยี่ยมชม และร่วมทำบุญ ณ วัดไทยพุทธคยา

11:00          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

13:00          เดินทางสู่ เมืองพาราณสี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง แล้วแต่สภาพ การจราจร)

19:00          ถึงพาราณสี เมืองเก่าแก่กว่า 6,000 ปีเข้าที่พัก พัก ณ โรงแรม Amayaa Varanasi หรือเทียบเท่า

                   รับประทานอาหารค่ำ ณ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

วันที่สี่       พาราณสีสารนาถกุสินารา                   

05:00        ล่องเรือแม่น้ำคงคา ซึ่งชาวฮินดูเชื่อว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ เพราะไหลมาจากภูเขาไกรลาส บนสรวงสวรรค์ ตามหลักภูมิศาสตร์แม่น้ำนี้ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล ชมพิธีบูชาพระอาทิตย์และการอาบน้ำล้างบาปของชาวฮินดูริมฝั่งแม่น้ำคงคา และพิธีการเผาศพซึ่งมีมานานกว่า 4,000 ปี

จากนั้น       นำท่านกลับที่พัก รับประทานอาหารเช้า  ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

08:00        เดินทางสู่ สารนาถ เดิมเรียกว่า ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน

               แวะชม เจาคันธีสถูป สถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงพบปัจจวคีย์

จากนั้น      เข้าสู่ ธัมเมกขสถูป สักการะ พระมูลคันธกุฏิ กุฏิที่พระพุทธองค์จำพรรษาครั้งแรกหลังจากตรัสรู้ ชมหลักศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราชอันเป็นหลักฐานสำคัญสื่อให้รู้ว่าเป็นสถานที่พระพุทธองค์ได้แสดงปฐมเทศนาเป็นครั้งแรก ชม “ยะสะเจดีย์” สถานที่ยะสะกุลบุตรพบพระพุทธองค์ และชม     สังฆาราม กว่า 1,000 หลัง

10:00       นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ สารนาถ ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาที่เก่าแก่ และงดงามที่สุดในโลก พระพุทธรูปองค์นี้ได้ส่งประกวดระดับโลก และชนะเลิศมาแล้วหลายครั้ง

11:30        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

13:00       นำท่านเดินทางสู่ เมืองกุสินารา

              (ระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง แล้วแต่สภาพการจราจร)

20:00       ถึง กุสินารา เมืองที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ปัจจุบันตั้งอยู่ ณ ตำบลกาเซีย

เมืองโครักขปูร์ นำท่านเข้าสู่ที่พัก พัก ณ โรงแรมนิกโก้ โลตัส กุสินารา หรือเทียบเท่า

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

วันที่ห้า     กุสินารา - ลุมพินี (เนปาล)

**(โปรดเตรียมหนังสือเดินทางไว้กับตัวเพื่อประทับตราออกจากประเทศอินเดีย เข้าสู่ประเทศเนปาล)**

07:00        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08:00        เดินทางสู่ สาลวโนทยาน สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน สักการะ พระพุทธรูปปางปรินิพพาน

               ซึ่งประดิษฐานอยู่ในมหาปรินิพพานวิหาร เจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตะภาวนา

               ชม สถานที่พระอานนท์เกาะสลักเพชรร้องไห้ ซากปรักหักพังของกุฎิ เจดีย์ ชมต้นสาละอันเป็นต้นไม้ที่พระพุทธองค์ได้เสด็จดับขันธ์เสร็จ

จากนั้น       นำท่านเดินทางสู่ มกุฎพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิง พระสรีระของพระพุทธเจ้าปัจจุบันเป็นซากเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่ สร้างขึ้นมาหลังการถวายพระเพลิง ชาวบ้านเรียกว่า รามภาร์

               นำท่านเยี่ยมชมวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ร่วมทำบุญวัดไทย

11:30          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม

13:00          เดินทางสู่ลุมพินี ระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง)

                   นำท่านแวะวัดไทยนวราช 960 ชายแดน อินเดีย-เนปาล

20:00          นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม New Crystal Lumbini  หรือเทียบเท่า

               รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของ โรงแรม

วันที่หก    ลุมพินี สาวัตถี

07:00        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

08:00         เดินทางเข้าสู่ที่ประสูติของพระพุทธองค์ ณ สวนลุมพินีวัน ในอดีตเป็นอุทยาน ตั้งอยู่กึ่งกลาง ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์ และ กรุงเทวหะ ณ สถานที่นี้ปัจจุบันมีเสาหินของพระเจ้าอโศกและวิหารมายาเทวี

                         ชมหินสลักภาพประสูติ นมัสการสถานรอยพระพุทธบาทที่ประทับลงมายังพื้นปฐพีเป็นครั้งแรก ภายในวิหารมายาเทวี ชม สระโบกขรณี เสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช ที่พระเจ้าอโศกมหาราชได้ปักเสาหินไว้เมื่อคราวเสด็จจาริกแสวงบุญบูชาสังเวชนียสถานทั่วชมพูทวีปว่าเป็นที่ที่เจ้าชายสิทธัตถะประสูติจากพระครรภ์ของพระพุทธมารดา เจริญพระพุทธมนต์ เจริญสมาธิภาวนา

จากนั้น       นำท่านเยี่ยมชม วัดไทยลุมพินี ร่วมทำบุญวัดไทย

11:30         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม

13:00            เดินทางสู่ เมืองสาวัตถี ระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง)

20:00            ถึง สาวัตถี หรือ ศราวัสตี (Sravasti) เมืองหลวงของแคว้นโกศล ในสมัยพุทธกาล

จากนั้น      นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม Pawan Sravasti หรือเทียบเท่า

               รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของ โรงแรมที่พัก

วันที่เจ็ด    สาวัตถี ลัคเนาว์

07:00       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

08:00         ชมสถานที่พระพุทธองค์แสดง ยมกปาฏิหาริย์ เป็นเนินดินสูงประมาณ 50 เมตร ที่แห่งนี้พระพุทธองค์ทรงแสดงยมกปาฎิหารย์เพื่อโปรดประชาชนชาวสาวัตถีและข่มเจ้าลัทธิอื่นๆ หลังจากนั้นทรงเสด็จไปประทับจำพรรษาที่ดาวดึงส์ เมื่อออกพรรษา ทรงเสด็จลงจากสวรรค์ในวันเทโวโรหนะที่สังกัสสะนคร

09:00          เข้าสู่ วัดเชตวันมหาวิหาร ที่ซึ่งพระพุทธองค์ประทับจำพรรษานานถึง 19 พรรษา เป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุด

นมัสการพระคันธกุฎี ฤดูร้อน ฤดูหนาวและฤดูฝน นมัสการ    ธรรมศาลา ที่ใหญ่ที่สุด ธรรมสภา กุฏิพระอรหันต์ เช่น พระโมคคัลลา พระสารีบุตร พระสิวลี         พระอานนท์ พระราหุล พระองคุลิมาล พระมหากัสสปะ และอารามฝ่ายพระภิกษุที่เคยจำพรรษาในครั้งพุทธกาล นมัสการ “อานันทะโพธิ” ต้นโพธิ์ ที่มีอายุยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน ชมคฤหาสน์ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี บ้านบิดาท่านองคุลิมาล ชมสถานที่ธรณีสูบพระเทวทัตและนางจิญจมาณวิกา

11:00         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

จากนั้น       นำท่านเยี่ยมชมวัดไทยเชตวัน สาวัตถี ร่วมทำบุญวัดไทย

13:00          ออกเดินทางสู่เมืองลัคเนาว์ ระยะทาง 176 กิโลเมตร (ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง)

19:00          ถึงเมืองลัคเนาว์ นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม PICADILY หรือเทียบเท่า

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร ของโรงแรมที่พัก

วันที่แปด    ลัคเนาว์ - อัคระ

05:00       รับประทานอาหารเช้า (แบบปิคนิค)

06:00             เดินทางสู่เมืองอัคระ ผ่านเมือง กานปูร์

                         (ระยะทางประมาณ 290 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมงแล้วแต่สภาพการจราจร)

12:00          รับประทานอาหารกลางวัน แบบปิกนิก ระหว่างทาง

15:00             ถึงเมืองอัคระ เดินทางไปชม ทัชมาฮาล สุสานรักชื่อก้องโลก เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เป็นที่ฝังศพของพระนางมุมตัส มเหสีที่พระเจ้าซาห์จาฮาล ทรงโปรดปรานมากที่สุด เมื่อพระนางสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงสร้างที่ฝังศพด้วยทุนทรัพย์มากมายมหาศาล เป็นที่สนใจใคร่ได้ชมจากชาวโลกตลอดมา

แล้วชม       พระราชวังอัคราฟอร์ด ที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม เคยประดับด้วยเพชรนิลจินดา มีบริเวณกว้างใหญ่ใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 3 สมัย ภายในพระราชวังมีห้องที่สวยงามที่สร้างด้วยหินอ่อนแกะสลักฝังอัญมณีโดยรอบ ชม ห้องมุมแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นห้องที่สำคัญที่สุดและสวยงามที่สุดในราชวังแห่งนี้และภายในห้องนี้ท่านจะได้พบกับสถานที่ที่พระเจ้าชาร์จาฮัน ถูกลูกชายจับมาขังไว้จนสิ้นพระชนม์

19:00          รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร ของ โรงแรมเจพี อัคระ(Hotel Jaypee AGRA) หรือเทียบเท่า

วันที่เก้า    อัคระเดลลี- ออรังคาบัด

06:00       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

07:00         นำท่านสู่ กรุงนิวเดลลี ระยะทาง 203 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)

11:30       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

13:00         นำท่านเดินทางสู่ อาศรัธาม (Akshardham) หรืออาศรัทธา วัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก

              สถานที่ที่น่าเลื่อมใสของมหาชนทั่วประเทศอินเดีย บริษัทกินเนสมอบใบประกาศนียบัตร วัดฮินดูใหญ่ที่สุดในโลก ให้กับวัดนี้ด้วยเหตุผลคือเป็นวัดใหญ่ที่สุดสร้างโดยเอกชน และถือว่าเป็นวัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุด เพราะมีบริเวณกว้างมากถึง 86,342 ตารางฟุต วัดนี้มีความอัศจรรย์มากมาย สร้างด้วยหินทรายสีชมพู แกะสลักและปูพื้นด้วยหินอ่อน มียอดโดมเป็นหินทรายชมพูแกะสลักตัวโดมสูง 72 ฟุต มีเสาโดม ล้อม 1,160 ต้น รอบโดมแกะเป็นเศียรคชสารจำนวน 148 เศียร ด้านในบรรจุ เทพเจ้าฮินดูแกะสลักกว่า 20,000 องค์ ใช้เวลาสร้าง 5 ปีเท่านั้น โดยท่านประมุข สวามี มหาราช เป็นผู้ออกแบบเพียงคนเดียว เป็นสถาปัตยกรรมฮินดูที่เก่าแก่ที่สุด ก่อสร้างโดยช่างอาสาสมัคร มีทั้งนักบวช ช่างศิลปะ รวมถึงนักแสวงบุญทุกคน

จากนั้น      เดินทางสู่สนามบินภายในประเทศเมืองนิวเดลลี

18:00       ออกเดินทางต่อ สู่เมืองออรังกาบัด โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 441

20:00       เดินทางถึง ท่าอากาศยานออรังกาบัด บริการของธรรมจารี จัดรถโค้ชปรับอากาศรับท่าน

              เข้าที่พัก ณ โรงแรม Lemon Tree Aurangabad หรือเทียบเท่า

21:00         รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันที่สิบ       ออรังกาบัด-ถ้ำอะชันต้า(ถ้ำปิดวันจันทร์)

07:00        รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

08:00        เดินทางสู่ ถ้ำอะชันตา (ถ้ำปิดวันจันทร์) (ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง)

               ถึง ถ้ำอะชันต้า “ถ้ำมรดกโลก” ที่ยิ่งใหญ่ ชมความอลังการของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นโดยบันดาลใจจากศาสนาพุทธ โดยเจาะเป็นปราสาทขนาดใหญ่แบบศิลปะคุปตะและหลังคุปตะอันวิจิตร ค้นหาความมหัศจรรย์ของสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก ที่มีอายุกว่า 2,000 ปี

ถ้ำอะชันต้า พุทธสถานที่สร้างจากการสกัดหน้าผาหินหุบเขา เหนือแม่น้ำวโฆระ เป็นศูนย์กลางสำนักปฎิบัติของเหล่าสงฆ์ในพุทธศาสนา พุทธศตวรรษที่ 7-13 สืบเนื่องนานกว่า 600 ปี ก่อนถูกทอดทิ้งให้รกร้างกลางป่า และมาถูกค้นพบอีกครั้งโดยบังเอิญจากนายทหารอังกฤษ ภายในถ้ำขนาดมหึมากว่า 30 ถ้ำที่ถูกขุดเจาะด้วยฝีมือมนุษย์ สลักเสลาเป็นเสาประดับลวดลายอันงดงาม พระพุทธรูป และเจดีย์ศิลาที่สกัด และตกแต่งขึ้นจากหินชิ้นเดียวกับพื้น และผนังถ้ำภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 1,200 ปี มีความงดงามสมบูรณ์ด้วยเทคนิคการเขียนภาพสามมิติอันน่าอัศจรรย์ พระพุทธรูปศิลา ที่แสดงอารมณ์พระพักตร์ต่างกันเมื่อแสงตกสะท้อนจากต่างมุม จะทำให้ท่านพิศวง ประทับใจไม่รู้ลืม

11:00        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

13:30        นำท่านสู่เดินทางกลับสู่ ออรังกาบัด  โดยรถโค้ชปรับอากาศ

18:00       เข้าที่พัก ณ โรงแรม Lemon Tree Aurangabad รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของที่พัก

วันที่สิบเอ็ด ออรังกาบัดเอลโลร่า (ปิดวันอังคาร) Q มุมไบ

06.00        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

07:00          เดินทางสู่ ถ้ำเอลโลร่า(ปิดวันอังคาร) ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร เดินทางประมาณ 50นาที

               ถึง ถ้ำเอลโลร่า “ถ้ำของสามศาสนาที่อยู่รวมกัน” ชมความงามที่ยิ่งใหญ่ของถ้ำ 34 ถ้ำ ซึ่งเป็นของพุทธสถาน 12 ถ้ำ เทวสถานในศาสนาฮินดู 14 ถ้ำ และศาสนสถานของเชนอีก 8 ถ้ำ เกิดจากการแกะสลักภูเขาทั้งลูกเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา นมัสการพระพุทธรูปอายุกว่า 1,200 ปี

               ชมภาพแกะสลักอย่างวิจิตรงดงามของเหล่าทวยเทพทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นรูปองค์พระศิวะ พระพรหม พระนารายณ์ พระพิฆเนศ ช้างเอราวัณตลอดทั้งเหล่านางเทพอัปสรและอีกมากมายสุดที่จะบรรยาย

11:00        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

13:00        เดินทางกลับสู่ ออรังกาบัด แวะชม ป้อมเดาลาตาบัด”ป้อมปราการโบราณรอบภูเขาดัลคีรี ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ยารวะและถูกกษัตริย์อลาอุดดินคัลจิ ชาวมุสลิมยึดได้ใน พ.ศ. 1839 กลายเป็นเมืองหลวงอินเดียภายใต้การปกครองของกษัตริย์มุสลิมอยู่พักหนึ่ง ก่อนถูกทิ้งร้างย้ายไปสร้างเมืองออร์รังกาบัด ชมซากมัสยิดที่ยังเหลือซากเสาจำนวน 106 ต้น ชมป้อมปราการ พระราชวังบนเสาอายุกว่า 700 ปี

15:00        ถึง ออรังกาบัค นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

20:40       ออกเดินทางสู่เมืองมุมไบ โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 441

22:00        ถึงสนามบินภายในประเทศมุมไบ นำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร รับประทานอาหารค่ำ

จากนั้น      เดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม  VITS Mumbai หรือเทียบเท่า

วันที่สิบสอง    มุมไบ(บอมเบย์)-ถ้ำช้าง(ปิดวันจันทร์)

06:00         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

07:00         เดินทางไป ชมประตูอินเดีย (Gateway of INDIA) ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำในย่านอพอลโลบันเดอร์

สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในโอกาสที่พระเจ้าจอร์จที่ 5 และพระราชินีแมรี่ เสด็จมาร่วมงาน           เดลีดารบัร ในปี 1911 วัสดุที่ใช้สร้างเป็นหินทรายสีน้ำผึ้ง ยามเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นและตกแสงอาทิตย์จะทาบทา ลงมาทำให้ประตูเปลี่ยนสีจากทองเป็นส้ม และจากส้มเป็นชมพู สวยงามมาก กองกำลังอังกฤษชุดสุดท้ายเดินทางออกจากอินเดียผ่านใต้วงโค้งของประตูแห่งนี้

จากนั้น      นำท่านล่องเรือท่ามกลางมหาสมุทรอินเดีย สู่ “เกาะช้าง” (Elephanta Island) หรือ “ฆรบุรี” ซึ่งชาวโปรตุเกสเรียกเกาะแห่งนี้ว่า “เกาะช้าง” เพราะเคยมีรูป สลักช้างขนาดยักษ์ ตั้งอยู่แต่ปัจจุบันได้เคลื่อนย้ายไปไว้ยังสวนสัตว์ในเมืองมุมไบ ชม “ถ้ำเอเลเฟนต้า” หรือ “ถ้ำช้าง” (Elephanta Cave) ซึ่งเป็นเทวาลัยถ้ำ อันอลังการตั้งอยู่หลายแห่ง ภายในถ้ำสลักเสลาอย่างสวยงาม เทวาลัยเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ขุดเจาะขึ้นในศตวรรษที่ 7 และ 8 งานประติมากรรมชิ้นเอกเป็น เทวรูป “มเหศวรมูรติ” หรือ “พระตรีมูรติ” ขนาดครึ่งองค์ สูง 5 เมตร เป็นรูปที่รวมเทพทั้ง 3 พระองค์ คือ “พระศิวะ พระพรหม และพระนารายณ์” มีสามเศียร แสดงปางผู้สร้าง ผู้รักษา และผู้ทำลาย ซึ่งมีความเชื่อกันว่า หากได้ขอพรจาก “พระตรีมูรติ” จะมีความสมบูรณ์พูนสุขในชีวิต ทั้งความรัก และการงาน ให้ท่านได้มีเวลาชื่นชมความงดงามภายในถ้ำ ตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควร นำคณะเดินทางกลับ

12:00       รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น      นำท่านเดินทางสู่ “วัดสิทธิวินัยยัค” (Siddhivinayak Temple) วัดที่เก่าแก่ ในศาสนาฮินดู สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1801 ภายในเป็นที่ประดิษฐานองค์ “พระพิฆเนศ” เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ ซึ่งตั้งอยู่ในองค์มณฑปศักดิ์สิทธิ์ ท่านสามารถสัมผัสได้ถึงพลังศรัทธา ทันทีที่ท่านก้าวเข้าสู่ภายในวัด ที่คลาคล่ำไปด้วยฝูงชนที่มาเคารพสักการะ หลังจากที่ท่านได้สักการะองค์ท่านแล้ว จะมีพิธีกรรมที่ประหลาดอีกอย่างที่จำเป็นต้องทำ คือให้ท่านได้กระซิบคำอธิษฐานต่อ รูปปั้นหนู 2ตน ที่ถือเป็นพระสหายขององค์ท่านด้วย ให้ท่านได้บูชาเครื่องรางรูปบูชา องค์ท่าน ตามอัธยาศัย

18:00       นำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร รับประทานอาหารค่ำ

20:00        เดินทางสู่ “สนามบิน ฉัตราปตีศิวะจิ (Chhatrapati Shivaji)

วันที่สิบสาม มุมไบ(บอมเบย์) – กรุงเทพฯ

01.35        ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 330

07.25        เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

อัตราค่าบริการ (ผู้ร่วมเดินทางขั้นต่ำ 20 ท่าน)

ท่านละ (บาท)

ผู้ใหญ่ (ห้องละ 2 ท่าน)

73,900

พักเดี่ยวเพิ่ม

14,000

\\ ทุ ก ท่ า น รั บ ก ร ะ เ ป๋ า ที่ ร ะ ลึ ก จ า ก ธ ร ร ม จ า รี \\

อัตรานี้รวม       R  ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ             กรุงเทพฯ–เดลลี-คยา // มุมไบ-กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์อินเดีย

                        R  ตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ     เดลลี-ปัตนะ // เดลลี-ออรังคบัด // มุมไบ-ออรังคบัด )

                        þ  ค่าที่พักตามรายการ                                         þ ค่าทิปขนกระเป๋า

                        þ ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ                             þ ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศอินเดีย-เนปาล

   þ รถปรับอากาศรับ–ส่งระหว่างสนามบินและโรงแรมและท่องเที่ยวตามรายการ

                        þ ค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน                        þ  วิทยากรพิเศษบรรยายระหว่างการเดินทาง

                        þ ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ        þ หัวหน้าทัวร์อำนวยความสะดวกจากบริษัท           þ ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละ 1,000,000 บาท

                            (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด)

อัตรานี้ไม่รวม  ý ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น โทรศัพท์,โทรสาร,ซักรีด,มินิบาร์,อาหารและเครื่องดื่มนอกเหนือรายการ

                                ý ค่าหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)

                                ý ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ý ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3-5%

ý ค่าทิปสินน้ำใจให้คนขับรถ เด็กรถ  ไกด์ท้องถิ่นอินเดีย  และไกด์ไทย ท่านละ 7USD $ / วัน/คน

ý ค่าธรรมเนียมกระเป๋าเดินทางที่น้ำหนักเกิน 20 กก.

หลักฐานการเดินทางและเอกสารวีซ่า (อ่านรายละเอียดและระเบียบการใหม่ในการยื่นวีซ่าอินเดียท้ายรายการ)

ส่งมอบเอกสารให้บริษัทอย่างช้า 20 วันทำการ (ก่อนเดินทาง)

j หนังสือเดินทางอายุการใช้งานเหลือมากกว่า 6 เดือน นับจากวันที่จะออกเดินทาง

(กรุณาถอดปกพาสปอร์ตของท่านก่อนจัดส่งเล่มพาสปอร์ตให้กับทางบริษัท)

k สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด                    l สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด

„ รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 4 ใบ สำหรับชาวต่างชาติ 3 ใบ พื้นหลังสีขาวหน้าตรงเท่านั้น

(รับเฉพาะรูปถ่ายจากร้านถ่ายรูปเท่านั้น ห้ามแม็กซ์รูปใส่พาสปอร์ต)

…แบบฟอร์มกรอกข้อมูลยื่นวีซ่า ของทางบริษัทฯ

หมายเหตุ รูปถ่ายพื้นหลังเป็นสีอื่นๆหรือถ่ายเองแล้วปริ้นส์ ส่งมาทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบหากยื่นวีซ่าไม่ผ่านและเกิดค่าใช้จ่ายจริง ในกรณีใดๆทั้งสิ้น

เงื่อนไขการชำระเงิน     มัดจำในวันจองท่านละ 20,000 บาท

                                  ที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนเดินทาง 20 วัน

ติดต่อร่วมเดินทาง      ธรรมจารี ทัวร์  02 5911060           เสาวลักษณ์ (ปุ๊)089 5401659

                                   อัจฉราพรรณ (เปิ้ล)081 9781022

หมายเหตุ   บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทาง หรือเปลี่ยนแปลงรายการส่วนหนึ่งส่วนใดตามความจำเป็นอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย เช่น จากสายการบิน การยืนยันที่พัก เหตุการณ์ทางการเมือง สภาพอากาศเป็นต้น

 

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/548


ท่านสามารถชำระเป็นเงินสด / เช็คธนาคาร หรือโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ดังนี้

เสาวลักษณ์ วงศ์วานิช   ธนาคารกสิกรไทย     สาขาถนนงามวงศ์วาน   บ/ช ออมทรัพย์เลขที่ 058-2-11857-6

ชาติชาย โพธิปัดชา      ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขานนทบุรี             บ/ช ออมทรัพย์เลขที่ 147-1-07552-1

เสาวลักษณ์ วงศ์วานิช   ธนาคารกรุงเทพ       สาขาวงศ์สว่าง           บ/ช ออมทรัพย์เลขที่ 194-026-673-5

เสาวลักษณ์ วงศ์วานิช   ธนาคารกรุงไทย       สาขาวงศ์สว่าง           บ/ช ออมทรัพย์เลขที่ 193-1-00883-3

กรุณาแฟกซ์หลักฐานการโอนเงิน มาที่หมายเลข 02 9510300

เพื่อเป็นการยืนยันการสำรองที่นั่งและเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการสำรองที่นั่ง กรุณาเขียนชื่อผู้จอง,

เบอร์โทรติดต่อ, ชื่อโปรแกรมและวันเดินทาง พร้อมรายชื่อผู้เดินทางทุกท่าน

 

เอกสารและเงื่อนไขในการทำวีซ่าอินเดีย

เรื่องการตรวจสอบลายนิ้วมือของสถานทูตอินเดียประจำกรุงเทพฯ

ด้วยสถานทูตอินเดีย ประจำกรุงเทพฯ แจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นไป ผู้ที่มีความประสงค์สมัครวีซ่าเข้าประเทศอินเดียทุกประเภท จะต้องทำการตรวจภาพลักษณะลายนิ้วมือ (สแกนลายนิ้วมือ) ด้วยตัวท่านเอง ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรการณ์การรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ และเพิ่มความมั่นใจในปลอดภัยของผู้สมัคร เมื่อเข้าสู่ประเทศอินเดีย

** ที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าที่ IVS GLOBAL Pvt Ltd,.

อาคาร P.S. Tower ไทยประกันชีวิต ซ.สุขุมวิท 21 (อโศก) ศูนย์ยื่นวีซ่าอินเดีย  IVS GLOBAL Pvt Ltd ชั้น 10  Tel. 02-2580684 , 02-2580685

(ทางบริษัทฯจะนัดหมายวันและเวลาในการยื่น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง)

*** ข้อกำหนดนี้ เป็นข้อกำหนดที่บังคับใช้สำหรับวีซ่าอินเดียทุกชนิด **

เอกสารประกอบการยื่นวีซ่าอินเดีย

1. หนังสือเดินทางที่ยังมีอายุใช้ได้จนถึงวันเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

2. หนังสือเดินทางต้องมีหน้าว่าง สำหรับประทับตราเข้าออกอย่างน้อย 2 หน้าเต็ม

3. รูปถ่ายหน้าตรงรูปสี (ที่ไม่ใช่รูปถ่ายเล่นพื้นหลังสีขาวเท่านั้น) ขนาด 2 X 2 นิ้ว เท่านั้น **สำคัญมาก** (“ขนาดเดียวกันกับยื่นวีซ่าสถานฑูตอเมริกา) ต้องเห็นใบหน้าชัดเจน และห้ามยิ้มเห็นฟัน และต้องไม่ใช่สติ๊กเกอร์ หรือรูปพริ้นซ์จากคอมพิวเตอร์ (รูปใหม่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) หากท่านไม่ได้รับการพิจารณาวีซ่าเนื่องจากรูปถ่ายไม่ได้ขนาดตามที่สถานทูตกำหนด ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากราคาทัวร์

4. สำเนาบัตรประชาชน

5. สำเนาทะเบียนบ้าน

6. แจ้งที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้ พร้อมระบุรหัสไปรษณีย์ และหมายเลขโทรศัพท์บ้านหรือมือถือ

หมายเหตุ       การให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้อง จะเป็นผลดีกับผู้สมัครขอวีซ่าเอง ทางบริษัทฯจำเป็นต้องขอข้อมูลมากมายและยุ่งยากข้างต้นเพื่อทำให้วีซ่าอนุมัติโดยง่ายและไม่เสียเวลา หรือเสี่ยงที่วีซ่าจะไม่อนุมัติ


 

การยกเลิกการจองทัวร์ (Cancellation Charge)

ยกเลิกการเดินทางไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนเดินทาง บริษัทฯจะคืนเงินมัดจำให้ทั้งหมด

ยกเลิกการเดินทางก่อน 59-45 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 20,000 บาท

ยกเลิกการเดินทางก่อน 44-30 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 50 % ของราคาทัวร์

ยกเลิกการเดินทางก่อน 29-15 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 80 % ของราคาทัวร์

ยกเลิกการเดินทางก่อน 14-7 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 90 % ของราคาทัวร์

ยกเลิกการเดินทางก่อน 1 วัน บริษัทฯเก็บค่าใช้จ่าย 100 % ของราคาทัวร์

หากท่านยกเลิกการเดินทางในเงื่อนไขใด เงื่อนไขหนึ่ง แต่ท่านสามารถหาผู้เดินทางมาแทนได้ โดยสามารถยื่นขอวีซ่าได้ทันตามกำหนดเวลา ทางบริษัทฯ จะคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มคือค่าวีซ่า และค่าเปลี่ยนชื่อตั๋วเท่านั้น และต้องไม่อยู่ในเงื่อนไขของตั๋วที่ NON-CHANGE NAME & NON-REFUND

หากท่านยกเลิกการเดินทาง อันเนื่องมาจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งในคณะของท่านไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติวีซ่า ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามอันเป็นการพิจารณาของสถานทูต  ซึ่งการยกเลิกเฉพาะบุคคลหรือยกเลิกพร้อมกันทั้งหมด ให้ถือเป็นการยกเลิกตามเงื่อนไขของวันเวลาที่ยกเลิกดังกล่าวข้างต้น ในกรณีที่ท่านไม่แน่ใจว่าจะได้รับการพิจารณาอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต ทางบริษัทขอแนะนำให้ท่านยื่นขอวีซ่าแบบเดี่ยว ซึ่งจะรู้ผลเร็วกว่าการยื่นขอวีซ่าแบบกรุ๊ป

ตั๋วเครื่องบิน(Air Ticket) ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกัน หากต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ปเป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนดซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณียกเลิกการเดินทางถ้าได้ดำเนินการออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้นและหากท่านไม่แน่ใจในวันเดินทางดังกล่าว กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ฯเพื่อยืนยันในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำREFUNDได้หรือไม่ก่อนที่ท่านจะชำระเงินค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ

สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ (Porter)

-   ค่าทัวร์ได้รวมค่าขนสัมภาระสำหรับเข้าและออกจากโรงแรม ท่านละ  1 ใบ ทุกโรงแรม

-   สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้บรรทุกใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด (Economy Class Passenger ขึ้นอยู่กับสายการยิน) การเรียกค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้

-   สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม และมีความกว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน 115 เซนติเมตร หรือ 25 เซนติเมตร (9.75 นิ้ว) X 56 เซนติเมตร (21.5 นิ้ว) X 46 เซนติเมตร (18 นิ้ว)

-   ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องมีบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกิน ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นบนพาหนะการเดินทาง

-   บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในความรับผิดชอบต่อกรณีเกิดการสูญเสีย, สูญหายของกระเป๋า และสัมภาระของผู้โดยสาร อันเกิดจากสายการบิน ทางสายการบินผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎของกรมการบินพาณิชย์

ระหว่างการเดินทางหากท่านไม่ได้ท่องเที่ยวพร้อมคณะหรือถอนตัวออกจากคณะถือว่าสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องเงินหรือส่วนบริการที่ขาดไปได้

หากท่านถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นๆปฏิเสธการเข้า-ออกเมืองถือเป็นเหตุผลทางการเมืองและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประเทศนั้นๆ ซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจและความรับผิดชอบของทางบริษัทฯ จึงขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงินไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด

บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น การยกเลิกหรือล่าช้าของสายการบิน / ภัยธรรมชาติ / การจลาจล / เหตุการณ์ทางการเมืองและของสูญหายตามสถานที่ต่างๆซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ

-       กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตฯ เรื่องวีซ่าของท่าน เพื่อให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานทูตฯ เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศ จะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ

หลังจากการจองและชำระเงินมัดจำแล้ว บริษัทฯถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ


view